โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทัวร์ลงยับ! ตำรวจทางหลวง แจงดราม่า จับ อส.ทหารพราน พกอาวุธปืนไว้ในรถ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 13 ก.ค. เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. เวลา 11.05 น.

จากรณีเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2569 ตำรวจทางหลวงจังหวัดตรัง-พัทลุง จับกุมอาสาสมัครทหารพราน ขณะตั้งจุดตรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม บนทางหลวงหมายเลข 4 พื้นที่ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในรถ พบปืนขนาด 9 มม. ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมซองกระสุน 3 ซอง และกระสุนรวม 41 นัด จึงตรวจสอบข้อมูลพบว่าปืนมีทะเบียนถูกต้องและเป็นของคนขับรถจริง

เบื้องต้น คนขับรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของปืน และให้การว่าเพิ่งเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนมุ่งหน้าไปเยี่ยมครอบครัวที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ไม่สามารถแสดงเหตุอันควรในการพกพาปืนในที่สาธารณะได้ ตำรวจจึงแจ้งข้อหา พกปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาชัยสน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อ "ตำรวจทางหลวง" นำผลการปฏิบัติจับกุมมาโพสต์ลงเพจ กลับโดนทัวร์ลงอย่างหนัก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมควรใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม เพราะอาสาสมัครทหารพราน ลงไปปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัด ระหว่างทางยังคงมีความอันตราย ต้องมีอาวุธติดตัวเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งปืนมีทะเบียนถูกต้องและเป็นของคนขับ

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ค. 2569) กองบังคับการตำรวจทางหลวง ชี้แจงว่า ได้ตระหนักถึงข้อกังวลของสังคมและความละเอียดอ่อนของกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ความมั่นคง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง มีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ เร่งประสานและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจ กำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง สอดคล้องกับกฎหมาย ภารกิจของแต่ละหน่วย และสภาพการปฏิบัติงานในพื้นที่ อันจะก่อให้เกิดความชัดเจนแก่ผู้ปฏิบัติ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ตลอดจนรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...