ทำไมธนาคารกลางทั่วโลกจึงเร่งสะสมทองคำ ?
#ทันหุ้น-ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง จนปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทองคำในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
กราฟแสดงการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลก(ตัน)
รายงาน Gold Demand Trends Q1/2569 ของ World Gold Council ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เปิดเผยว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 243.7 ตันในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก 237 ตันในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 3% การถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงจากระดับสูงสุดในช่วงปลายปี 2567 แต่ปริมาณการซื้อสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (2564-2568) ที่ 226.17 ตัน สะท้อนว่าทองคำยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก
แล้วทำไมธนาคารกลางทั่วโลกจึงเร่งสะสมทองคำ?
ใน 2568 Central Bank Gold Reserves Survey World Gold Council ได้สำรวจธนาคารกลาง พบว่า ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการถือครองทองคำของธนาคารกลาง สามารถสรุปได้ดังนี้
ประการที่ 1: ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในช่วงวิกฤติ
ทองคำมักปรับตัวแข็งแกร่งในช่วงเศรษฐกิจ และตลาดการเงินผันผวน เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา และไม่ขึ้นกับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลใด จึงช่วยรักษาความเชื่อมั่น และป้องกันความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
ประการที่ 2: ช่วยกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
ทองคำมีบทบาทมากขึ้นภายใต้แนวโน้ม De-Dollarization โดยช่วยกระจายความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ และลดความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดทางการเงิน
ประการที่ 3: รักษามูลค่าในระยะยาวและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ทองคำช่วยรักษาอำนาจซื้อในระยะยาว ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงิน อีกทั้งไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต และไม่มีวันครบกำหนด จึงเหมาะเป็นสินทรัพย์สำรองระยะยาว
การสะสมทองคำของธนาคารกลางในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นเพียงการบริหารสินทรัพย์สำรองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของระบบการเงินโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์
ในวันที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำ ทองคำจึงยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าในระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างโอกาสจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ การซื้อขายผ่านตลาด TFEX ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยสามารถทำกำไรได้ทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง พร้อมใช้เงินวางหลักประกันเริ่มต้นต่ำกว่าการซื้อทองคำจริง
ปัจจุบัน ตลาด TFEX มีผลิตภัณฑ์ทองคำที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกัน ได้แก่
- เทรดทองไทยด้วย Gold Futures (GF, GF10) อ้างอิงราคาทองคำแท่งในประเทศ
- เทรดทองคำโลกด้วย Gold Online Futures (GO) และ Mini Gold Online Futures (MGO) อ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลก โดย MGO มีขนาดสัญญาเล็กกว่า GO
- เทรดทองคำ 99.99% ด้วย Gold-D Futures (GD) ซึ่งซื้อขายและชำระราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและส่งมอบทองคำจริง
ผู้ที่สนใจเก็งกำไรหรือบริหารพอร์ตด้วยทองคำ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เพื่อเข้าถึงโอกาสจากตลาดทองคำในหลากหลายรูปแบบ