โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เครื่องดื่มสุขภาพปลอมๆ ภาพลักษณ์ดูดีแต่ซ่อนกับดัก ทำร้ายร่างกายพังไม่รู้ตัว

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ฉีกหน้ากาก 5 เครื่องดื่มสุขภาพปลอมๆ ภาพลักษณ์ดูดีแต่ซ่อนกับดัก เป็นระเบิดเวลาที่ทำร้ายร่างกายให้พังไม่รู้ตัว

5 เครื่องดื่มสุขภาพปลอมๆ ภาพลักษณ์ดูดีแต่ซ่อนกับดัก เป็นระเบิดเวลาที่ทำร้ายร่างกายให้พังไม่รู้ตัว

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพบางชนิด หลายคนเลือกดื่มเพราะหน้าตาดูดี มีคำว่า “ผลไม้” “ไม่มีน้ำตาล” “ไขมันต่ำ” หรือ “ดีต่อระบบขับถ่าย” อยู่บนฉลาก แต่ความจริงเครื่องดื่มบางชนิดอาจมีน้ำตาล พลังงาน หรือสารปรุงแต่งสูงกว่าที่คิด หากดื่มบ่อยเกินไป อาจกระทบต่อการควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด และสุขภาพโดยรวมได้

ทำไมเครื่องดื่มที่ดูสุขภาพดี ถึงอาจไม่ดีอย่างที่คิด?

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ลดการบริโภคน้ำตาลอิสระตลอดช่วงชีวิต และควรจำกัดให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน โดยน้ำตาลอิสระรวมถึงน้ำตาลที่เติมในอาหาร เครื่องดื่ม น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม รวมถึงน้ำตาลในน้ำผลไม้และน้ำผลไม้เข้มข้นด้วย ดังนั้น แม้เครื่องดื่มบางชนิดจะมาจากผลไม้หรือเขียนว่าไม่มีไขมัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะดื่มได้ไม่จำกัด

ด้านสมาคมโรคหัวใจอเมริกันเตือนว่า เครื่องดื่มที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้บรรจุขวดหรือเครื่องดื่มพลังงานบางชนิด อาจมีน้ำตาลแฝงอยู่มาก จึงควรอ่านฉลากโภชนาการและดูจำนวนหน่วยบริโภคให้ดี เพราะอจทำให้น้ำตาลที่ได้รับจริงสูงกว่าที่คาดไว้

1. สมูทตี้และน้ำผลไม้คั้น

สมูทตี้และน้ำผลไม้คั้นสดมักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกสุขภาพ เพราะทำจากผลไม้และให้วิตามินจากธรรมชาติ แต่ปัญหาคือเมื่อปั่นหรือคั้นออกมาเป็นแก้วใหญ่ เราอาจได้รับผลไม้หลายลูกในครั้งเดียว ทำให้น้ำตาลและพลังงานรวมสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญ น้ำผลไม้คั้นแยกกากยังมีใยอาหารน้อยกว่าการกินผลไม้ทั้งลูก

ถ้าต้องการดื่มให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ควรเลือกสมูทตี้ที่ไม่เติมน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง นมข้นหวาน หรือโยเกิร์ตรสหวาน และควรเพิ่มผักหรือโปรตีนที่เหมาะสม เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติในปริมาณพอดี สำหรับน้ำผลไม้ ควรดื่มเป็นครั้งคราวและเลือกกินผลไม้สดทั้งลูกเป็นหลัก เพราะช่วยให้อิ่มนานกว่าและได้รับใยอาหารมากกว่า

2. น้ำอัดลมไดเอตหรือสูตรไม่มีน้ำตาล

น้ำอัดลมไดเอตหรือสูตรไม่มีน้ำตาลอาจช่วยลดน้ำตาลและพลังงานเมื่อเทียบกับน้ำอัดลมปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าทุกวัน เพราะเครื่องดื่มกลุ่มนี้มักใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

สารให้ความหวานเทียม เช่น แอสปาร์แตม อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงโรคเบาหวานโดยการเพิ่ม ภาวะดื้อต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) รบกวนแบคทีเรียในลำไส้ และก่อให้เกิดภาวะเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้การจัดการโรคเบาหวานทำได้ยากขึ้น

หากดื่มเป็นครั้งคราวอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคนทั่วไป แต่ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างในการกินอาหารหวานหรืออาหารแคลอรีสูงเพิ่มขึ้น ทางเลือกที่เหมาะกว่าคือค่อย ๆ ลดความเคยชินกับรสหวาน แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า น้ำโซดาไม่เติมน้ำตาล หรือชาสมุนไพรไม่หวานแทน

3. ชาผลไม้

ชาผลไม้เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ดูสดชื่นและให้ภาพลักษณ์สุขภาพดี เพราะมีคำว่า “ชา” และ “ผลไม้” อยู่ในชื่อ แต่หลายแก้วอาจมีน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง น้ำผลไม้เข้มข้น ไซรัปผลไม้ หรือท็อปปิงเพิ่มความหวาน จนกลายเป็นเครื่องดื่มน้ำตาลสูงไม่ต่างจากน้ำหวานทั่วไป ยิ่งถ้าเลือกหวานปกติหรือเพิ่มไข่มุก เยลลี และน้ำผึ้ง พลังงานก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

วิธีเลือกให้ปลอดภัยขึ้นคือสั่งแบบไม่หวาน เลี่ยงไซรัปและท็อปปิง หากอยากได้ความสดชื่น อาจใส่ผลไม้สดบางชิ้นแทนการเติมน้ำเชื่อม เพื่อให้ได้รสชาติแต่ไม่เพิ่มน้ำตาลเกินจำเป็น

4. นมเปรี้ยวและโยเกิร์ตพร้อมดื่ม

นมเปรี้ยวและโยเกิร์ตพร้อมดื่มมักถูกมองว่าเป็นตัวช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและจุลินทรีย์ดี แต่หลายสูตรมีน้ำตาลค่อนข้างสูงเพื่อให้รสชาติถูกปาก ดื่มง่าย และลดความเปรี้ยวของผลิตภัณฑ์ หากดื่มเป็นประจำวันละหลายขวด อาจทำให้ได้รับน้ำตาลสะสมโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ก่อนซื้อควรอ่านฉลาก แม้จะระบุว่า "สูตรลดน้ำตาล" แต่ก็ยังอาจเกินปริมาณน้ำตาลที่ควรได้รับต่อวันโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นจึงควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล และดูปริมาณน้ำตาลต่อหนึ่งขวด ไม่ใช่ดูแค่คำว่า “ไขมันต่ำ” หรือ “มีจุลินทรีย์” บนหน้าฉลาก หากต้องการดูแลลำไส้ อาจเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน กินคู่ผลไม้สดในปริมาณพอดี จะควบคุมน้ำตาลได้ดีกว่าโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสหวานหลายชนิด

5. เครื่องดื่มเกลือแร่และเครื่องดื่มชูกำลัง

แม้จะออกแบบมาเพื่อเติมน้ำและแร่ธาตุให้ร่างกาย แต่เครื่องดื่มหลายยี่ห้อกลับมีไซรัปฟรุกโตสสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของโรคอ้วนและไขมันพอกตับ ยิ่งเครื่องดื่มชูกำลังที่มีทั้งน้ำตาลและคาเฟอีน จะยิ่งเร่งการแปรรูปคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นไขมัน ทำให้ตับรับภาระหนัก หากไม่ออกกำลังกายควบคู่ ร่างกายจะสะสมไขมันในตับแทนที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงาน

เช็กฉลากก่อนดื่ม ระวังคำโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

คำว่า “ไม่มีน้ำตาล” “ไขมันต่ำ” “ผลไม้แท้” หรือ “ดีต่อสุขภาพ” ไม่ได้แปลว่าเครื่องดื่มนั้นเหมาะกับการดื่มได้บ่อยเสมอไป สิ่งที่ควรดูคือปริมาณน้ำตาลทั้งหมด พลังงานต่อขวด จำนวนหน่วยบริโภค และรายชื่อส่วนประกอบ เช่น น้ำเชื่อม ฟรุกโตส กลูโคส ซูโครส น้ำผลไม้เข้มข้น หรือน้ำผึ้ง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มน้ำตาลให้เครื่องดื่มได้

สำหรับคนที่อยากเริ่มลดหวาน ไม่จำเป็นต้องหักดิบทันที แต่อาจเริ่มจากลดระดับความหวานลงทีละขั้น เลือกแก้วเล็กลง ดื่มไม่บ่อย และสลับกับน้ำเปล่าให้มากขึ้น เมื่อร่างกายคุ้นกับรสหวานน้อยลง ความอยากเครื่องดื่มหวานก็จะลดลงตามไปด้วย

สรุป เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจอมปลอม เลือกผิดอาจได้หวานเกินจำเป็น

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจอมปลอม ไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ห้ามดื่มทั้งหมด แต่หมายถึงเครื่องดื่มที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพจนทำให้หลายคนเผลอดื่มบ่อยเกินไป ทั้งสมูทตี้ น้ำผลไม้คั้นสด น้ำอัดลมไดเอต ชาผลไม้ และนมเปรี้ยวโยเกิร์ตพร้อมดื่มที่มีน้ำตาล ล้วนมีจุดที่ต้องระวังต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องน้ำตาล พลังงาน และสารปรุงแต่ง

ทางเลือกที่ดีที่สุดคือดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และเลือกเครื่องดื่มอื่นเป็นครั้งคราวอย่างมีสติ หากอยากดื่มอะไรที่มีรสชาติ ควรเลือกสูตรไม่หวานหรือหวานน้อย อ่านฉลากก่อนซื้อ และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาหน้าขวดเพียงอย่างเดียว เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้อยู่ที่ชื่อเครื่องดื่ม แต่อยู่ที่ส่วนผสม ปริมาณ และความถี่ในการดื่มของเราเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...