เผชิญหน้าเดือด!"อ.ปานเทพ-ทนายปุย" ยื่นศาลอาญาถอนประกัน "ทนายตั้ม" ชี้พฤติการณ์ข่มขู่พยาน เจ้าตัวรีบซ้อนวินขอคัดค้าน หวั่นถูกส่งกลับเรือนจำ
เผชิญหน้าเดือด!"อ.ปานเทพ-ทนายปุย" ยื่นศาลอาญาถอนประกัน "ทนายตั้ม" ชี้พฤติการณ์ข่มขู่พยาน เจ้าตัวรีบซ้อนวินขอคัดค้าน หวั่นถูกส่งกลับเรือนจำ
24 มิ.ย. 2569 บรรยากาศที่ศาลอาญาเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่ออาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุย” ทนายความของ “มาดามอ้อย” เดินทางเข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ระหว่างการอุทธรณ์คดี พร้อมยื่นฟ้องหมิ่นประมาทจากกรณีกล่าวพาดพิงและใส่ร้ายนายสนธิในหลายประเด็น
ด้านทนายปุย เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญในการยื่นคำร้องครั้งนี้ มาจากพฤติกรรมของทนายตั้มที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมต่อกระบวนการยุติธรรม ทั้งการแสดงออกในห้องพิจารณาคดี รวมถึงการให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับการปล่อยตัว โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงการทำงานของศาลและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี นอกจากนี้ ยังขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มมาตรการควบคุม เช่น การเพิ่มวงเงินประกัน หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมอย่างการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) หากเห็นว่ามีความจำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อรูปคดีและพยานหลักฐาน ด้านอาจารย์ปานเทพ ระบุเพิ่มเติมว่า ทนายตั้มมีพฤติกรรมให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่อาจสร้างความหวาดกลัวแก่พยาน โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจของพยานบางรายเป็นอย่างมากขณะเดียวกัน อาจารย์ปานเทพยังยืนยันการเดินหน้าฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท โดยระบุว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกล่าวหานายสนธิในหลายประเด็น ซึ่งเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ต่อมาทางด้านนายษิทรา หรือ “ทนายตั้ม” รีบนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมายังศาลอาญาเพื่อยื่นคำคัดค้านคำร้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ากังวลว่าหากดำเนินการไม่ทัน อาจส่งผลให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกัน และต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง ทนายตั้ม ยืนยันว่า ไม่เคยข่มขู่พยานหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด การให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมาเป็นเพียงการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและปกป้องชื่อเสียงของตนเอง พร้อมย้ำว่าพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่สำนวนคดีแล้ว และตนไม่เคยฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวของศาล
สำหรับการเผชิญหน้ากับอาจารย์ปานเทพบริเวณหน้าศาล ทนายตั้มเปิดเผยว่า ตนยังคงให้ความเคารพในฐานะผู้ใหญ่ จึงยกมือไหว้ทักทายตามปกติ แม้จะถูกยื่นคำร้องให้ถอนประกันก็ตาม
ส่วนกรณีถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความสำนึกต่อผู้เสียหาย ทนายตั้มมองว่าเป็นเรื่องระหว่างตนเองกับคู่กรณีโดยตรง และบุคคลภายนอกไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว รวมถึงข้อกล่าวหาต่าง ๆ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป