โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านย้ำอธิปไตยทางการเงิน ปัดเงื่อนไขซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิถุนายน 2569 เวลา 1.07 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
อิหร่านยืนยันการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐมีความคืบหน้า แต่ปฏิเสธคำกล่าวของรองประธานาธิบดีสหรัฐที่ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันจะกำหนดการใช้เงินที่ถูกปลดอายัด ย้ำว่า รัฐบาลเตหะรานมีสิทธิตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว เกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะได้รับคืน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า นายอาลี บาห์ไรนี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่าน ประจำสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และองค์การระหว่างประเทศอื่น ณ นครเจนีวา ยืนยันว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "เป็นไปด้วยดี" และจะมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ บาไรนียืนยันว่า จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมกับเรือทุกลำ ในช่วง 60 วันตามกรอบของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บาห์ไรนีปฏิเสธถ้อยแถลงของ นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี ที่ระบุว่า สหรัฐและกาตาร์จะเป็นผู้ควบคุมเงินทุนของอิหร่านเมื่อถูกปลดอายัด และเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ซื้อได้เพียงสินค้าเกษตรของสหรัฐ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลีเท่านั้น ว่า "อิหร่านเป็นประเทศเดียว ที่มีสิทธิตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรกับทรัพย์สินของตนเองที่จะได้รับการปลดอายัด"

ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่ถูกอายัดของอิหร่านส่วนใหญ่ประกอบด้วยรายได้จากการขายน้ำมัน และทุนสำรองของธนาคารกลางที่ติดค้างอยู่ต่างประเทศ ซึ่งสะสมมานานหลายปีจากมาตรการคว่ำบาตร โดยคาดว่า สหรัฐจะยกเลิกการปลดล็อกทรัพย์สินก่อนราว 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 398,244 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งหมด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...