โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิพัฒน์แจง ‘ค่าไฟถนน’ รวมอยู่ในค่าไฟบ้าน เป็นเรื่องเก่า ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ยอมรับ ‘คมนาคม’ จ่ายเองไม่ไหว

The Momentum

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 20.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงค่าไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนที่ถูกนำไปรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานหลายปี หรืออาจยาวนานหลายสิบปี

พิพัฒน์ระบุว่า ต้องยอมรับว่าค่าไฟฟ้าส่วนหนึ่งมาจากไฟส่องสว่างบนถนน ทั้งของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง แต่เพิ่งมีการตรวจสอบพบว่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถูกนำไปแฝงอยู่ในค่า Ft ของค่าไฟฟ้า ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านต้องร่วมรับภาระด้วย

“นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีแก้ปัญหาว่า จะทำอย่างไรให้ลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้านได้ อะไรที่เป็นต้นทุน และไปแฝงอยู่ในค่าไฟหรือค่า Ft ก็ต้องหาผู้ที่จะมาชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกไว้ในค่า Ft ของผู้ใช้ตามบ้าน”

ในส่วนของกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงเคยชี้แจงไปแล้วว่า จะดำเนินการเปลี่ยนโคมไฟส่องสว่างบนถนนที่หมดอายุให้เป็นหลอด LED ซึ่งจะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ราว 40-50% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในภาพรวมยังมีมูลค่าสูง โดยประเมินว่าอยู่ที่ประมาณกว่าหมื่นล้านบาท

พิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวทั้งหมดได้โดยตรง หากยังไม่สามารถหาทางออกได้ อาจต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า กระทรวงคมนาคมไม่มีปัญญาจะไปรับผิดชอบหรือรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น หลักๆ น่าจะประมาณหมื่นกว่าล้านบาท ถามว่ามากไหม ก็ถือว่าเยอะมากพอสมควร”

พิพัฒน์ยังระบุว่า จากการหารือเบื้องต้น ค่าไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนที่แฝงอยู่ในค่า Ft อาจคิดเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 9 สตางค์ต่อหน่วย แต่ย้ำอีกครั้งว่า ปัญหานี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน

สำหรับแนวทางการของบประมาณมารองรับค่าใช้จ่าย พิพัฒน์กล่าวว่า เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ทำได้ แต่หากนำงบประมาณแผ่นดินมาใช้ ก็อาจเกิดคำถามต่อไปว่า งบประมาณดังกล่าวมาจากภาษีของประชาชนเช่นกัน ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ การหาวิธีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเองให้ได้

“การขอจากงบประมาณก็เป็นแนวทางหนึ่ง แต่เมื่อไปขอจากสำนักงบประมาณ ก็จะมีคำถามต่อไปว่า เงินที่สำนักงบประมาณรวบรวมได้ หรือที่กระทรวงการคลังเก็บเข้าไป เป็นเงินของใคร มาจากไหน เพราะฉะนั้น ดีที่สุดคงต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งต้องให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...