โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แกร็บ” เผยยอดสั่งผ่าน “ไทยช่วยไทยพลัส”ทะลุ 500 ล้าน “ส้มตำ-ชาไทย”เมนูขายดี

เดลินิวส์

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.27 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แกร็บ เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 40% และไรเดอร์มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 18% โดย “ส้มตำ” ติดอันดับเมนูขายดีที่สุด ขณะที่ “ชาไทย”

น.ส.จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งจากผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงไรเดอร์ โดยปัจจุบันมีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดตลอดสองสัปดาห์แรกรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยยะสำคัญ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำถึงผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ ที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ครั้งนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมกับแกร็บฟู้ดเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแกร็บฟู้ดในฐานะช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย ผ่านการสนับสนุนแบบจัดเต็ม ทั้งการให้ส่วนลดค่า GP พิเศษ การทำแคมเปญการตลาดที่ได้ ‘น้องเกล’ มาร่วมโปรโมต ตลอดจนการให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ในขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อกลุ่มไรเดอร์ โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิ์สูงสุด ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ”

แกร็บยังเผยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ในช่วง 2 สัปดาห์แรก (ระหว่างวันที่ 15 - 30 มิถุนายน) ได้แก่

  • คนส่วนใหญ่ (55%) นิยมใช้สิทธิ์สั่งอาหารเดลิเวอรีด้วยมูลค่าประมาณ 100 - 250 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือมูลค่าต่ำกว่า 100 บาทต่อออเดอร์ (25%)
  • มื้อกลางวันคือช่วงเวลาที่มีคนใช้สิทธิ์สั่งอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 11.00 - 12.00 น.
  • เมนูอาหารที่คนนิยมสั่งมากที่สุด คือ ส้มตำ รองลงมาคือ ข้าวมันไก่ ลาบหมู และ คอหมูย่าง ขณะที่ ชาไทย ยืนหนึ่งในฐานะเครื่องดื่มยอดนิยม ตามมาด้วย ชาเขียว และ โกโก้
  • 5 จังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารเดลิเวอรีมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และ นครราชสีมา
  • “ร้านอรทัยซูชิวังหลัง” ในย่านพรานนก ยังคงทำสถิติสร้างยอดขายสูงที่สุดทะลุกว่า 4 แสนบาท (1,800 ออเดอร์) ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์
  • ขณะที่ “ร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า” ในย่านดินแดง ครองแชมป์ร้านดาวรุ่ง โดยสามารถสร้างยอดขายเติบโตถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...