โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตคลื่นความร้อนขยายความเหลื่อมล้ำ ดันค่าครองชีพเพิ่มแต่รายได้ต่ำ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คลื่นความร้อนที่ปกคลุมในยุโรปกำลังเพิ่มความเหลื่อมล้ำขยายตัวมากขึ้น เมื่อการรับมือกับอากาศร้อนต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นแต่กลับสวนทางกับรายได้ที่ลดลง สะท้อนถึงปัญหาด้านวิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ผู้มีรายได้น้อยกลับเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรปและทำให้ประชาชนหลายสิบล้านคนต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบในการปรับตัวท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และคลื่นความร้อนที่รุนแรงมากขึ้น

การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียวอาจสร้างปัญหาใหม่ตามมา ทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม และภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้นสำหรับประชาชน การเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป

สำหรับครัวเรือนรายได้สูง การติดตั้งเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง การปรับปรุงบ้านให้กันความร้อน หรือแม้แต่การย้ายไปอยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่าอาจเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่สำหรับครัวเรือนรายได้น้อย ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เก่าและอาคารที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี ทางเลือกเหล่านี้กลับมีต้นทุนสูงเกินเอื้อม และวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยน "ความเย็น" ให้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ผู้ที่มีรายได้น้อยมักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีต้นไม้น้อย พื้นที่สีเขียวจำกัด และเป็นพื้นที่ที่เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองรุนแรงกว่า ขณะเดียวกันความสามารถในการรับมือกับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้น้อยกว่ากลุ่มรายได้สูง ทำให้หลายครัวเรือนต้องเลือกระหว่างการเปิดเครื่องปรับอากาศกับการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับความจำเป็นอื่นในชีวิตประจำวัน

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่ต้องเป็นเรื่องของความเป็นธรรมทางสังคม สหภาพยุโรปจึงผลักดันการออกแบบเมืองที่ช่วยลดความร้อนโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างร่มเงา การออกแบบอาคารให้ระบายอากาศได้ดี รวมถึงการใช้วัสดุสะท้อนความร้อนในเขตเมือง แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิในเมือง แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนในระยะยาว และทำให้การเข้าถึงความเย็นไม่ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของแต่ละครัวเรือนเพียงอย่างเดียว

สิ่งสำคัญที่สุดคือการปกป้องกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบทำความเย็นได้ การลงทุนในพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และการสร้างพื้นที่สาธารณะสำหรับหลบความร้อนในเมืองจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพราะในโลกที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ที่มีรายได้น้อยมักเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และมีทรัพยากรในการปรับตัวน้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...