โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด "บุหรี่ไฟฟ้า" ในรั้วโรงเรียน

Thai PBS

อัพเดต 20 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

บุหรี่ไฟฟ้าที่ออกแบบคล้ายของเล่น หลากหลายรูปแบบ และ มีสีสันที่ดึงดูด คือ บุหรี่ไฟฟ้า ที่ครูโรงเรียนสารภีพิทยาคม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ยึดได้จากนักเรียน สะท้อนปัญหาเด็กใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงที่ง่าย ซื้อหาได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และ การเรียน

วิรัตน์ มาตันบุญ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารภีพิทยาคม

วิรัตน์ มาตันบุญ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารภีพิทยาคมเปิดเผยว่าแม้ตัวเลขผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสารภีพิทยาคมจะยังไม่สูงจนวิกฤต แต่จากการเฝ้าระวังกลับพบสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะสถิติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือกลุ่มนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งหลายคนมีพฤติกรรมเริ่มทดลองใช้มาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้า ยังอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงขึ้น จากสารพิษหลากชนิดที่ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นหอมและสีสันอันสดใส ทำลายสมองและร่างกายของเด็กในระยะยาว และ อาจเป็นสะพานเชื่อมไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่น

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษมากกว่าบุหรี่ปกติ มีสารพิษต่างๆมากมาย เพราะฉะนั้น 1 กระทบต่อสุขภาพกายแน่นอน 2 จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมนักเรียนที่จะพากันไปลองสิ่งที่มันมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้า

ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าทำให้โรงเรียนสารภีพิทยาคม ร่วมกับหน่วยการเสพติด ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนา"สารภีพิทยาคมโมเดล" หรือ โมเดลการป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยสร้างกลไกการทำงานระหว่าง ครู แกนนำนักเรียน และ ผู้ปกครอง

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

มีการวางระบบการเฝ้าระวังเพื่อคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง การพัฒนาศักยภาพครู นักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อให้มีความรู้เท่าทันสื่อ มีทักษะการสื่อสาร สร้างครูที่ให้คำปรึกษาได้จริง และ ส่งต่อเด็กที่ต้องได้รับการบำบัด โดยเน้นการดูแลแบบไม่ตีตราร่วมกับผู้ปกครอง

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

ไม่เพียงระบบการดูแลช่วยเหลือในโรงเรียน แต่โมเดลนี้ ยังอาศัยพลังครอบครัว และ ชุมชน ขอความร่วมมือชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ร้านค้า สร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่รอบโรงเรียน ทำให้สารภีพิทยาคมโมเดล เป็นแนวทางการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ และ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ลัดดาวัลย์ โสตถิกุล หัวหน้างานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ร.ร.สารภีพิทยาคม

ลัดดาวัลย์ โสตถิกุล หัวหน้างานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ร.ร.สารภีพิทยาคม เล่าว่า "สารภีพิทยาคมโมเดล" วางบทบาทให้ครูที่ปรึกษา เป็นผู้คัดกรองนักเรียนในห้องของตนเอง ค้นหากลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด หรือ กลุ่มเสี่ยงด้านภาวะซึมเศร้า ครูที่ปรึกษาจะสังเกตพฤติกรรมที่โรงเรียนแล้วไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งในภาคเรียนนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคม ครูทุกคนต้องไปเยี่ยมบ้านนักเรียน 100%

นักเรียนที่มีปัญหาทางด้านพฤติกรรม เราจะนำเข้าสู่ระบบดูแลช่วยเหลือ โดยในปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า เราได้รับความร่วมมือจากคณะเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณหมอจะเข้ามาช่วยแยกนักเรียนกลุ่มเสี่ยง มาทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน แล้วนำนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงไปบำบัดรักษา นักเรียนที่เราส่งไปบำบัดก็จะมีพัฒนาการดีขึ้น สามารถเลิกบุหรี่ และ บุหรี่ไฟฟ้าได้ และ กลับเข้ามาสู่การเรียนรู้ตามปกติได้

โครงการป้องกันปัญหาการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน มีหัวหน้าโครงการ 2 ท่าน คือ รศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ และ รศ.ดร.พญ.นิดา บัววังโป่ง จากหน่วยการเสพติด ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

โดยในขั้นตอนการสำรวจขนาดและปัญหาในพื้นที่จากการสำรวจเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ของโรงเรียนระดับอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ รวม 920 คน พบว่ามีเด็กที่มีประวัติเคยลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า 237 คน คิดเป็นร้อย 25.8 ส่วนเด็กที่เคยใช้ใน 3 เดือน มี 68 คน หรือ ร้อยละ 7.4 และ อายุที่เริ่มใช้ครั้งแรก ต่ำสุด เพียง 11 ปี หรือ เริ่มใช้ตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

ในจำนวนผู้ใช้บุหรีไฟฟ้ากลุ่มนี้ พบว่ามีอาการเหนื่อยมากที่สุด ร้อยละ 73.5 รองลงมาคือ แน่นอก ร้อยละ 41.2 อาการไอ ร้อยละ 36.8 และ ระคายคอ ร้อยละ 32.4

สำหรับแหล่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้า มากที่สุดร้อยละ 40.5 กลายเป็นการซื้อจากเพื่อน รองลงมา คือ การซื้อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ร้อยละ 27.8 และ เฟซบุ๊ก ร้อยละ 26.6

ส่วนการศึกษาผลของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพจิต ก็พบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง 2.44 เท่า และ เพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง 4.30 เท่า

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็น คือ ความเชื่อที่คลาดเคลื่อนของเด็กนักเรียน ที่เข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยคลายเครียด แต่แท้จริงแล้ว นิโคติน กระตุ้นความเครียดทางระบบประสาท หรือ ความเชื่อว่า ช่วยเลิกบุหรี่มวน หรือ ปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน แต่ข้อเท็จจริง คือ บุหรี่ไฟฟ้า มีสารพิษและโลหะหนัก

รศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ

รศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ เปิดเผยว่าปัจจุบัน "บุหรี่ไฟฟ้า" ได้เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากคนวัยทำงานที่ต้องการเลิกบุหรี่มวน กลายมาเป็น "กลุ่มเยาวชน" สัดส่วนเด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีมากกว่าผู้ใหญ่ในวัยเริ่มต้นทำงาน ถึง 2 เท่า และ มากกว่าผู้สูงอายุ อายุ 50–60 ปีขึ้นไป ถึง 10 เท่า และ เนื่องจากสมองของเด็กยังเติบโตไม่เต็มที่ สารนิโคตินและเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าจะเข้าไปขัดขวางการพัฒนา ส่งผลกระทบต่อสมาธิในการเรียน และก่อให้เกิดภาวะเครียดและซึมเศร้า ซึ่งสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของสถิติการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น

สำหรับการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทำให้เห็นขนาดของปัญหาที่แท้จริง และ น่าจะช่วยเปลี่ยนมุมมองให้โรงเรียนหันมาสะท้อนปัญหาร่วมกันระหว่าง ครอบครัว ครู และชุมชน เพื่อช่วยกันดูแลเด็กๆ โดยต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการรับมือ

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

จากการใช้วิธีการลงโทษ รุนแรง ตี หรือ พักการเรียน มาเป็นการให้คุณครูช่วยพูดคุย สนับสนุนให้เลิก และส่งต่อสู่ระบบการรักษาของโรงพยาบาลอย่างเป็นความลับ

สิ่งที่โรงเรียนก็ควรจะทำ คือ การมีคุณครูคอยช่วยพูดคุยและสนับสนุนให้เด็กเลิกใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ ต้องมีช่องทางที่ทำให้เด็กเข้ามาสู่ในกระบวนการรักษาของโรงพยาบาลที่ดูแลได้ โดยช่องทางของการดูแลไม่ว่าจะให้คำปรึกษา หรือ ดูแลรักษาจากโรงพยาบาล ต้องไม่ให้ทำให้เกิดตราบาปแก่เด็ก เด็กที่มีปัญหาไม่ควรมีคนอื่นรับรู้ เพราะจะทำให้กระบวนการดูแลรักษาไม่เกิดขึ้น

นอกจากนี้เด็กกลุ่มเสี่ยงยังควรต้องได้รับความรู้และฝึกทักษะการรู้เท่าทันสื่อ รู้ทันว่าทุนบุหรี่ไฟฟ้าพยายามใช้ความเท่มาเป็นจุดขาย รวมไปถึงพัฒนาเด็กนักเรียน ให้เป็นแกนนำคอยช่วยเหลือเพื่อน เพราะเด็กวัยนี้จะรับฟังและเข้าใจกันได้ดีที่สุด ที่สำคัญ คือ การดึงครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการรับมือ โดยเฉพาะเด็กที่ถูกเลี้ยงดูจากปู่ย่าตายาย ซึ่งมักมีช่องว่างระหว่างวัย โรงเรียนต้องมีระบบช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจโรคติดสารเสพติด เน้นการเฝ้าระวังและพูดคุยอย่างเข้าใจ มากกว่าการจับผิด

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

ด้าน รศ.ดร.พญ.นิดา บัววังโป่ง เปิดเผยว่าอายุของเด็กที่เริ่มลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า ต่ำสุดที่พบคือ 11 ปี เป็นสัญญาณเตือนว่า มาตรการป้องกัน ต้องปรับเปลี่ยนให้เร็วขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจึงจะเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ปัจจัยร่วมที่ส่งผลต่อการใช้ และ การเลิกบุหรี่ไฟฟ้า คือ สิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะ เพื่อนสนิท รวมถึงคนในครอบครัวและคนข้างบ้าน เด็กมักใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการการยอมรับและมีตัวตนในกลุ่มสังคม โดยเด็กที่มีผลการเรียนดี รู้สึกว่าตัวเองเก่ง มีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองชัดเจน จะมีโอกาสเข้าหาบุหรี่ไฟฟ้าและสารเสพติดน้อยกว่า

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

ส่วนการสำรวจกลุ่มเด็กที่เคยสูบแล้วเลิกได้สำเร็จ พบว่ากว่า 50% มีปัจจัยร่วมคือ ไม่มีคนรอบตัวสูบ เพื่อน และ ครอบครัวไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และ เป็นกลุ่มที่มีผลการเรียนดี ซึ่งสะท้อนว่าความภูมิใจในตนเองช่วยให้เลิกได้สำเร็จเช่นกัน ด้านผลกระทบทางสุขภาพจิต ก็พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญว่า กลุ่มเด็กที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือ สารเสพติด มีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าเด็กทั่วไปถึง 2 - 4 เท่า

ขณะที่เด็กส่วนหนึ่งมีทัศนคติที่ผิด โดยเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วย "คลายเครียด" ซึ่งเป็นผลมาจากกลไกของสารเสพติดที่เข้าไปเพิ่มสารโดปามีนในสมองชั่วคราว ทำให้เด็กติดลูปการใช้ซ้ำเมื่อมีภาวะเครียด

เราต้องหาวิธีคลายเครียดที่เหมาะสมให้กับเด็ก เด็กต้องเริ่มจากรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองว่าเ ตอนนี้เรากังวลนะ ตอนนี้เราเครียดนะ แล้วการคลายเครียด เราไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเสพติด หรือ บุหรี่ไฟฟ้าเพียงเท่านั้น มันมีวิธีอื่นอยู่ เช่นการทำกิจกรรม การเข้าชมรม ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนต่างมีกิจกรรม หรือ มีชมรมให้เด็กมากขึ้น

สารภีพิทยาคมโมเดล สกัด

อีก 2 สิ่งที่ต้องสร้าง คือ ทักษะการปฏิเสธ ให้เด็กสามารถยืนยันคำว่า "ไม่" ได้อย่างเด็ดขาดและนุ่มนวล แม้จะเป็นการชักชวนจากเพื่อนสนิท ผู้ใหญ่ หรือรุ่นพี่ที่เคารพ และ ความรู้เท่าทันสื่อ แม้ประเทศไทยจะควบคุมการขายในร้านค้าได้ดี แต่บุหรี่ไฟฟ้ายังปรากฏผ่านซีรีส์หรือสื่อออนไลน์

ประเทศไทย มีการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้ผลมาก เราไม่มีของพวกนี้วางขายในตลาด หรือ ร้านสะดวก การที่เด็กจะเดินมาซื้อแทบจะยากมาก แต่สิ่งที่เด็กๆ ยังเจอได้ก็อยู่ใน ซีรีส์ หรือ โฆษณา เช่น พระเอกนางเอกที่มีภาพการสูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วมันดูดีดูเท่ บางทีเด็กวัยรุ่นเขาเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับอยู่แล้ว พฤติกรรมเหล่านี้มันอาจจะทำให้เขารู้สึกเป็นที่ยอมรับ หรือ รู้สึกดูดีได้ จึงต้องรู้เท่าทันสื่อด้วยว่า สื่อนำเสนออะไรมา เพราะเขาต้องการจะขายผลิตภัณฑ์ หรือ ว่าทำการโฆษณาอะไรหรือเปล่า

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ปลัด ทส. นำ อนุ กก.ฯ ลงพื้นที่ "ระนอง–ชุมพร" ตรวจข้อเท็จจริงโครงการแลนด์บริดจ์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประกันสังคม ทำไมต้อง สูตร CARE ?

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...