โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินไข่วันละ 3 ฟอง ดีจริงหรือมากไป? เปิดความจริงที่คนรักสุขภาพควรรู้

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
กินไข่วันละ 3 ฟอง ดีจริงหรือมากไป คนรักสุขภาพควรรู้ เหมาะกับใคร ใครควรระวัง โปรตีนสูง หรือคอเลสเตอรอลสูงก่อน

กินไข่วันละ 3 ฟอง ดีจริงหรือมากไป คนรักสุขภาพควรรู้ เหมาะกับใคร ใครควรระวัง โปรตีนสูง หรือคอเลสเตอรอลสูงก่อน

ไข่ เป็นอาหารราคาย่อมเยา หาได้ง่าย และให้สารอาหารครบหลายด้าน ทั้งโปรตีนคุณภาพดี วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารสำคัญอย่างโคลีน จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเลือกกินไข่ทุกวัน โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มโปรตีน คุมน้ำหนัก หรือสร้างกล้ามเนื้อ

แต่คำถามที่คนสงสัยมากขึ้นคือ “กินไข่ 3 ฟองต่อวัน ดีจริงไหม?” เพราะแม้ไข่จะมีประโยชน์ แต่ไข่แดงก็มีคอเลสเตอรอลสูงเช่นกัน การกินวันละ 3 ฟองจึงอาจเหมาะกับบางคน แต่ไม่ใช่คำแนะนำที่ควรใช้กับทุกคนแบบเหมารวม

คำตอบสั้น ๆ คือ หากเป็นคนสุขภาพดี ไม่มีปัญหาไขมันในเลือด ไม่มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคประจำตัวที่ต้องจำกัดอาหาร การกินไข่ 3 ฟองเป็นบางวันอาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวลมากนัก แต่ถ้ากินไข่ทั้งฟอง 3 ฟองทุกวันเป็นเวลานาน ควรดูภาพรวมอาหารทั้งวันและตรวจสุขภาพร่วมด้วย

ไข่ 1 ฟอง ให้อะไรบ้าง?

ข้อมูลโภชนาการโดยประมาณของไข่ต้มขนาดใหญ่ 1 ฟอง ให้พลังงานราว 78 กิโลแคลอรี โปรตีนประมาณ 6 กรัม ไขมันประมาณ 5 กรัม และคอเลสเตอรอลประมาณ 186 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 12 วิตามินเอ วิตามินดี ซีลีเนียม ฟอสฟอรัส โคลีน รวมถึงสารลูทีนและซีแซนทีนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพดวงตา

ถ้ากินไข่ทั้งฟอง 3 ฟองต่อวัน จะได้พลังงานประมาณ 230-240 กิโลแคลอรี โปรตีนประมาณ 18-19 กรัม และคอเลสเตอรอลประมาณ 550-560 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าได้โปรตีนดี แต่ก็ได้คอเลสเตอรอลจากอาหารค่อนข้างสูงในมื้อเดียว

จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ถามว่า “ไข่ดีไหม” แต่ต้องถามต่อว่า กินไข่ 3 ฟองร่วมกับอะไร ถ้ากินคู่กับผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารไขมันต่ำ ผลลัพธ์ย่อมต่างจากการกินไข่ดาว 3 ฟองกับเบคอน ไส้กรอก เนย ชีส หรืออาหารทอดมันทุกวัน

คอเลสเตอรอลในไข่ น่ากลัวแค่ไหน?

ในอดีต ไข่ถูกมองว่าเป็นอาหารที่ต้องจำกัดอย่างเข้มงวด เพราะไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ปัจจุบันมุมมองทางโภชนาการเปลี่ยนไปมาก นักโภชนาการให้ความสำคัญกับ “ภาพรวมของอาหารทั้งวัน” มากขึ้น โดยเฉพาะปริมาณไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ น้ำตาล โซเดียม และใยอาหาร

American Heart Association ระบุว่า คอเลสเตอรอลจากอาหารไม่เหมือนคอเลสเตอรอลในเลือด และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงมักมีผลต่อระดับ LDL หรือคอเลสเตอรอลไม่ดีมากกว่า อย่างไรก็ตาม ไข่ยังเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง จึงควรกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่กินมากได้ไม่จำกัด

คำแนะนำจาก American Heart Association ระบุว่า คนสุขภาพดีสามารถกินไข่ทั้งฟองได้ประมาณ วันละ 1 ฟอง ในรูปแบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ส่วนผู้สูงอายุที่มีระดับคอเลสเตอรอลปกติอาจกินได้ถึงวันละ 2 ฟองตามความเหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าการกินไข่ทั้งฟอง 3 ฟองทุกวันจะเหมาะกับทุกคน

กินไข่ 3 ฟองต่อวัน เหมาะกับใคร?

การกินไข่ 3 ฟองต่อวันอาจเหมาะกับบางกลุ่มในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อวางแผนอาหารอย่างดี และไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ

  • คนสุขภาพดีที่ไม่มีไขมันในเลือดสูง และตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากกินเป็นบางวันและอาหารโดยรวมไม่มันจัด อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่
  • คนที่ออกกำลังกายหนักหรือเล่นเวทเทรนนิ่ง อาจต้องการโปรตีนมากขึ้น แต่ควรพิจารณาใช้ไข่ขาวร่วมด้วย แทนการกินไข่แดงหลายฟองทุกวัน
  • คนที่ต้องการมื้ออิ่มนาน ไข่ช่วยเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร ทำให้อิ่มท้องได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับผักและคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี
  • คนที่ต้องการลดอาหารแปรรูป ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น หรือไข่ลวกสุกดี อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไส้กรอก แฮม เบคอน หรือขนมหวานในมื้อเช้า

อย่างไรก็ตาม แม้อยู่ในกลุ่มสุขภาพดี ก็ไม่จำเป็นต้องกินไข่ 3 ฟองทุกวัน เพราะร่างกายควรได้รับโปรตีนจากหลายแหล่ง เช่น ปลา ไก่ เต้าหู้ ถั่ว นม โยเกิร์ต หรือธัญพืชบางชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารหลากหลายกว่าเดิม

ใครบ้างที่ไม่ควรกินไข่ 3 ฟองต่อวัน?

กลุ่มต่อไปนี้ควรระวังเป็นพิเศษ และไม่ควรเพิ่มไข่แดงเป็นวันละ 3 ฟองด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

  • ผู้ที่มี LDL สูง หรือคอเลสเตอรอลสูง เพราะควรลดทั้งไขมันอิ่มตัวและแหล่งคอเลสเตอรอลจากอาหารตามคำแนะนำแพทย์
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือมีความเสี่ยงสูง ควรควบคุมอาหารทั้งระบบ ไม่เพิ่มไข่แดงหลายฟองต่อวันโดยไม่จำเป็น
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุว่า ผู้ที่มีเบาหวานหรือโรคหัวใจควรระวังการกินไข่แดง และอาจเหมาะกับการจำกัดไม่เกินประมาณ 3 ฟองต่อสัปดาห์
  • ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม เช่น familial hypercholesterolemia ควรให้แพทย์กำหนดปริมาณไข่ที่เหมาะสม
  • ผู้ที่เป็นโรคไตหรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดโปรตีน/ฟอสฟอรัส ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มไข่หลายฟองต่อวัน
  • ผู้ที่แพ้ไข่ ควรหลีกเลี่ยงและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์

ถ้าอยากกินไข่ทุกวัน ควรกินแบบไหนให้ปลอดภัยกว่า?

สำหรับคนทั่วไปที่อยากกินไข่เป็นประจำ วิธีที่ปลอดภัยกว่าอาจไม่ใช่การกินไข่แดง 3 ฟองทุกวัน แต่เป็นการจัดปริมาณให้เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง

  • กินไข่ทั้งฟองวันละ 1 ฟอง เป็นแนวทางที่เหมาะกับคนสุขภาพดีส่วนใหญ่
  • ถ้าต้องการโปรตีนเพิ่ม อาจใช้สูตรไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง + ไข่ขาว 1-2 ฟอง เพื่อลดคอเลสเตอรอลจากไข่แดง
  • เลือกวิธีปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย เช่น ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่น้ำ หรือไข่คนใช้น้ำมันน้อย
  • กินคู่กับผัก เช่น ผักลวก สลัด มะเขือเทศ เห็ด หรือผักใบเขียว เพื่อเพิ่มใยอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการจับคู่กับอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม หรือชีสจำนวนมาก
  • ตรวจไขมันในเลือดเป็นระยะ โดยเฉพาะหากกินไข่บ่อย หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

กินไข่ดิบหรือไข่ไม่สุก เสี่ยงอะไร?

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือความปลอดภัยด้านอาหาร ไข่ดิบหรือไข่ที่ปรุงไม่สุกอาจเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

FDA แนะนำให้เก็บไข่ในตู้เย็น และปรุงไข่จนไข่ขาวและไข่แดงสุก ส่วนเมนูที่มีไข่เป็นส่วนประกอบควรปรุงให้สุกทั่วถึง หากเป็นเมนูที่ต้องใช้ไข่ดิบหรือไข่กึ่งสุก ควรใช้ไข่พาสเจอร์ไรซ์เพื่อลดความเสี่ยง

สรุป กินไข่ 3 ฟองต่อวันดีจริงไหม?

ไข่เป็นอาหารที่ดี แต่การกินไข่ทั้งฟอง 3 ฟองต่อวันไม่ใช่สูตรสุขภาพที่เหมาะกับทุกคน สำหรับคนสุขภาพดี อาจกินได้เป็นบางวันหากอาหารโดยรวมดี ไม่มันจัด และไม่มีปัญหาไขมันในเลือด แต่หากกินทุกวันต่อเนื่อง ควรพิจารณาภาพรวมอาหารและตรวจสุขภาพร่วมด้วย

สำหรับคนที่มีคอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต หรือมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือด ควรระวังการกินไข่แดงหลายฟองต่อวัน และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะกับตัวเอง

ทางเลือกที่สมดุลกว่าคือ กินไข่ทั้งฟองในปริมาณพอดี เลือกวิธีปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย เพิ่มผักและธัญพืชไม่ขัดสี และหากต้องการโปรตีนเพิ่ม ให้ใช้ไข่ขาวหรือโปรตีนจากแหล่งอื่นร่วมด้วย เพราะสุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับไข่กี่ฟองเท่านั้น แต่อยู่ที่รูปแบบการกินทั้งวันและพฤติกรรมระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...