"พริษฐ์" กางหลักฐานแฉ "โกง สว." ซัดไม่ใช่แค่ฮั้ว! บี้ "กกต.-ดีเอสไอ" ส่งศาล ลั่นอย่าปล่อย "ล้มมวย" ปกป้องคนบงการ
">
พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดกิจกรรมครบรอบ 2 ปี คดีทุจริตเลือกตั้งวุฒิสภา "พริษฐ์ วัชรสินธุ" แฉยับหลักฐานมัดแน่นพฤติการณ์เข้าขั้น "โกง สว." ไม่ใช่แค่ฮั้ว เผยมีขบวนการใช้เงิน-ผลประโยชน์จ้างคนลงสมัครและลงคะแนน เค้น กกต. และ ดีเอสไอ ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ลั่นไม่ยอมให้ส่ง สว. แค่ 10-20 คนมาเป็นแพะสังเวยคดี แต่ต้องลากเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองเบื้องหลังมาลงโทษ
วันที่ 12 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว." ซึ่งจัดขึ้นโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมในวันนี้คือการเจาะลึกพยานหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าคำที่สะท้อนข้อเท็จจริงได้เหมาะสมที่สุดไม่ใช่คำว่า "ฮั้ว สว." แต่คือคำว่า "โกง สว."
นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า หลักฐานชี้ชัดว่านี่ไม่ใช่เพียงการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อมาทำโพลและแลกเปลี่ยนคะแนนกันทั่วไป แต่มีกระบวนการที่ใช้เงินและผลประโยชน์อื่นใดมาจ้างคนสมัคร และจ้างคนมาลงคะแนนเสียงเพื่อหวังเข้าสู่อำนาจรัฐ ซึ่งคดีนี้มีความสำคัญต่ออนาคตระบบการเมืองไทยอย่างมาก หากคนที่เข้ามาสู่อำนาจเข้ามาโดยมิชอบ ย่อมมีแนวโน้มสูงที่จะใช้อำนาจนั้นโดยมิชอบตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นกรองกฎหมาย การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
"การโกง สว. เป็นหนทางที่บางกลุ่มการเมืองพยายามใช้เพื่อคุมองค์กรอิสระ หากกลุ่มการเมืองใดแทรกแซงการเลือก สว. จนสามารถกำหนดทิศทางการลงมติได้ ก็จะสามารถเลือกคนที่ตัวเองต้องการไปอยู่ในองค์กรอิสระ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มการเมืองนั้น ๆ เอง จนทำให้กลไกการตรวจสอบของประเทศอ่อนแอลง" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันหลักฐานคดียังค้างคาอยู่ที่ 2 หน่วยงานตรวจสอบหลัก และสิ่งที่สังคมกังวลใจมากที่สุดคือเรื่องจะไปไม่ถึงศาล โดยอาจมีการตัดตอนกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ชั้น กกต. และดีเอสไอ (DSI) ดังนั้นกกต.ต้องมีมติภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ ตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่ระบุว่ามีผู้มีมูลความผิดทั้งหมด 229 คน แต่สังคมเกิดข้อกังวลเนื่องจาก กกต. 4 ใน 7 คน ได้รับการรับรองตำแหน่งจากมติของ สว. ชุดที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้
อีกทั้ง กกต. ยังตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ซึ่งมีมติขัดสายตาประชาชนว่าไม่มีใครใน 229 คนมีมูลความผิดเลย และดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษบนฐานความผิดเรื่องการอั้งยี่และการฟอกเงิน แต่ช่วงปลายปี 2568 ดีเอสไอกลับสรุปสำนวนสั่งฟ้องเพียง 8 คนเท่านั้น และเมื่ออัยการตีเรื่องกลับมาตอนต้นปี 2569 ดีเอสไอกลับมีท่าที "ปล่อยเกียร์ว่าง" เพื่อรอดูมติของ กกต. หวังใช้เป็นหลังพิงในการเป่าคดี ประกอบกับการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรมซึ่งทำหน้าที่กำกับทิศทาง ยิ่งทำให้สังคมระแวงว่าเป็นการเตรียมการตัดตอนคดีหรือไม่
เมื่อถามถึงความชัดเจนของหลักฐานใน 4 จังหวัด (สิงห์บุรี, หนองบัวลำภู, สุพรรณบุรี และ สุโขทัย) ที่เคยตั้งกระทู้ถาม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กลางสภา นายพริษฐ์ ยืนยันว่า หลักฐานเหล่านั้นมีความชัดเจนหนักแน่นในระดับหนึ่ง มีทั้งพยานบุคคลจากหลากหลายภูมิภาคที่อยู่ในเหตุการณ์มาเล่าด้วยตนเอง ข้อมูลการรวมตัวกันที่โรงแรม และหลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครรายอื่น
"ในเมื่อฝ่ายค้านเข้าถึงหลักฐานขนาดนี้ หน่วยงานตรวจสอบที่มีเครื่องมือครบถ้วนควรจะเข้าถึงและตรวจทานได้ลึกซึ้งยิ่งกว่า เช่น การตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ของโรงแรม หรือการเช็กเส้นทางการเงิน หากหลักฐานชัดขนาดนี้แล้วยังไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง"
นายพริษฐ์ ย้ำทิ้งท้ายว่า การนำหลักฐานมาเปิดเผยต่อสังคมในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนร่วมกันจับตาไม่ให้เกิดการล้มมวย
"หาก กกต. และดีเอสไอ ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ต้องไม่ใช่แค่ส่งเรื่องคนบางคนไปที่ศาล หรือหา สว. มาเพียง 10-20 คนเพื่อมาสังเวยเป็นแพะรับบาปเท่านั้น แต่จะต้องส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลังไปด้วย สิ่งที่เราไม่อยากเห็นคือการเลือกสังเวยบางคน เพื่อปกป้องบางคนที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์กลางอำนาจมากกว่า" นายพริษฐ์ กล่าว
#พริษฐ์วัชรสินธุ #โกงสว #ฮั้วสว #เลือกสว #วุฒิสภา #กกต #ดีเอสไอ #DSI #รัฐสภา #ฝ่ายค้าน #พรรคประชาชน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ทุจริตเลือกตั้ง #องค์กรอิสระ #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ThailandPolitics #BreakingNews #เลือกตั้ง #คดีสว #ข่าวการเมืองล่าสุด