โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเกณฑ์ World Bank ประเทศรายได้สูงต้องมีรายได้เท่าไหร่?

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ปี 2569 โดยประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper-middle-income Economy) ด้วยรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) 7,690 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าเกณฑ์ประเทศรายได้สูงที่กำหนดไว้ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เวียดนามเลื่อนชั้นขึ้นสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับบนเป็นครั้งแรก และหากเติบโตในอัตราเดิมอาจก้าวสู่ประเทศรายได้สูงก่อนไทย

ไทยยังไม่พ้นกลุ่มรายได้ปานกลาง เปิดเกณฑ์ World Bank วัด "ประเทศรายได้สูง"

ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศการจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ประจำปี ซึ่งมีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2570 โดยประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่ม ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper-middle-income Economy) หลังมีรายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita: GNI per capita) อยู่ที่ 7,690 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของประเทศรายได้สูงที่กำหนดไว้ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ

การจัดกลุ่มดังกล่าวอ้างอิง GNI per capita (Atlas Method) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ธนาคารโลกใช้เปรียบเทียบระดับรายได้ของประเทศทั่วโลก และมีการปรับเกณฑ์ใหม่ทุกวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี

World Bank ใช้ GNI ไม่ใช่ GDP วัดระดับรายได้ประเทศ

แม้หลายคนจะมองว่า การเติบโตของ GDP คือเครื่องชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจ แต่การก้าวสู่ High-Income Country ของธนาคารโลกไม่ได้วัดจาก GDP หากใช้ รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) เป็นตัวชี้วัดหลัก

เกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนความสามารถของประเทศในการยกระดับรายได้เฉลี่ยของประชาชน มากกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยยังคำนึงถึงผลิตภาพแรงงาน โครงสร้างเศรษฐกิจ และการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

สำหรับปี 2569 ธนาคารโลกแบ่งประเทศออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • รายได้ต่ำ (Low Income) ไม่เกิน 1,175 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้ปานกลางระดับล่าง (Lower-middle Income) 1,176–4,635 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้ปานกลางระดับบน (Upper-middle Income) 4,636–14,375 ดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้สูง (High Income) มากกว่า 14,375 ดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2569 มี 6 ประเทศเลื่อนชั้น เวียดนามขยับขึ้น Upper-middle Income

การประกาศครั้งล่าสุดมี 6 ประเทศได้รับการเลื่อนระดับรายได้ และไม่มีประเทศใดถูกปรับลดระดับ

เลื่อนจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง → ประเทศรายได้ปานกลางระดับบน

  • เวียดนาม (4,970 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • ฟิลิปปินส์ (4,850 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • จอร์แดน (5,260 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • ไมโครนีเซีย (4,760 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • ศรีลังกา (4,670 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

เลื่อนจากประเทศรายได้ต่ำ → ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง

  • 🇹🇬 โตโก (1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 6 ประเทศไม่ได้ใช้ "สูตรเดียวกัน" ในการเลื่อนชั้น

  • เวียดนามอาศัยการเติบโตของภาคการส่งออก
  • ฟิลิปปินส์ขยายตัวจากหลายภาคเศรษฐกิจ
  • ศรีลังกาฟื้นตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจ
  • ขณะที่จอร์แดนและโตโกได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับปรุงข้อมูลสถิติและบัญชีประชาชาติ

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

ประเทศไทยใช้เวลาถึง 23 ปี ในการขยับจาก Lower-middle-income Economy สู่ Upper-middle-income Economy ก่อนจะเลื่อนชั้นได้ในปี 2011

ในขณะที่เวียดนามใช้เวลาเพียง 15 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นสู่ Upper-middle-income Economy ได้ สะท้อนถึงความแตกต่างของความเร็วในการเติบโตของรายได้ต่อหัวในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การก้าวจาก Upper-middle-income ไปสู่ High-Income Economy เป็นความท้าทายที่ยากกว่า เพราะต้องอาศัยการยกระดับผลิตภาพ นวัตกรรม และโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการเติบโตของรายได้ในระยะสั้น

รายงาน World Development Report 2024 ของธนาคารโลกระบุว่า ตั้งแต่ปี 1990 มีเพียง 34 ประเทศ เท่านั้นที่สามารถก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงได้ ขณะที่อีกกว่า 100 ประเทศ ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง และหลายประเทศอาจต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษ หากยังเติบโตในอัตราเดิม

หากไทยและเวียดนามเติบโตในอัตราเดิม

ปัจจุบัน ไทยมี GNI per capita (Atlas Method) อยู่ที่ 7,690 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เกณฑ์ขั้นต่ำของการเป็น High-Income Economy อยู่ที่ 14,375 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสูงกว่าระดับปัจจุบันของไทยประมาณ 6,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน

หากสมมติให้ GNI per capita ของทั้งสองประเทศเติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) เท่ากับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยประเทศไทยเติบโต 3.7% ต่อปี และเวียดนาม 7.6% ต่อปี เวียดนามมีแนวโน้มจะแซงไทยในอีกประมาณ 11 ปีข้างหน้า (ปี 2037)

และภายใต้เกณฑ์ปัจจุบันของธนาคารโลก เวียดนามจะก้าวสู่ High-Income Economy ได้ประมาณ ปี 2040 ขณะที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามเกณฑ์ดังกล่าวใน ปี 2043 หรือช้ากว่าประมาณ 3 ปี

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง Scenario Analysis ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราการเติบโตในอดีตจะดำเนินต่อไป ในความเป็นจริง ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้จากผลิตภาพแรงงาน การลงทุน นโยบายเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร ภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงเกณฑ์การจัดกลุ่มรายได้ของธนาคารโลกที่มีการปรับทุกปี

แม้แบบจำลองนี้จะไม่ได้มีไว้เพื่อทำนายอนาคต แต่ก็สะท้อนว่า ความได้เปรียบจากการมีรายได้สูงกว่าในวันนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากอีกประเทศสามารถยกระดับผลิตภาพและรักษาการเติบโตของรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือหัวใจของการก้าวข้าม กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)

บทสรุป: "รายได้สูง" คือจุดหมาย แต่ไม่ใช่เส้นชัย

การจัดกลุ่มประเทศตามระดับรายได้ของธนาคารโลก เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้สะท้อนระดับรายได้เฉลี่ยของประชากร ไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าประเทศใด "พัฒนาแล้ว" หรือ "เจริญกว่า" ประเทศอื่น

สำหรับประเทศไทย การก้าวสู่ High Income Country จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อให้ตัวเลข GNI per capita ข้ามเส้นที่ธนาคารโลกกำหนด แต่เป็นผลลัพธ์ของเศรษฐกิจที่สามารถสร้างผลิตภาพ นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น พร้อมกับยกระดับรายได้ของประชาชนในวงกว้าง

การเป็น "ประเทศรายได้สูง" อาจเป็นหมุดหมายหนึ่งของการพัฒนา แต่สิ่งที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทยจริง ๆ คือ ความสามารถในการยกระดับผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และทำให้รายได้ของประชาชนเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะนั่นต่างหากคือรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน

รายได้เท่าไหร่ จึงจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

บทความโดย Bnomics ธนาคาร กรุงเทพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...