โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 รหัสผ่านอันตรายปี 2026 ใครยังใช้อยู่ควรเปลี่ยนทันที

sanook.com

เผยแพร่ 13 ก.ค. เวลา 04.13 น. • Sanook
เช็ก 10 รหัสผ่านไม่ปลอดภัยปี 2026 เช่น 123456, password, qwerty และ admin123 พร้อมวิธีตั้งรหัสผ่านให้เดายากและปลอดภัยกว่าเดิม

แม้หลายบริการจะเริ่มรองรับการเข้าสู่ระบบด้วยลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า หรือ Passkey แต่รหัสผ่านยังคงเป็นด่านสำคัญในการปกป้องบัญชีออนไลน์ หากเลือกใช้รหัสที่สั้น เดาง่าย หรือมีข้อมูลส่วนตัว ก็อาจเปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอีเมล โซเชียลมีเดีย และข้อมูลสำคัญได้ง่ายกว่าที่คิด

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. เผยตัวอย่างรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัยและไม่ควรนำมาใช้งานในปี 2026 โดยเฉพาะรหัสยอดนิยมที่คาดเดาได้ง่าย หรือเกิดจากรูปแบบการพิมพ์บนคีย์บอร์ด

10 รหัสผ่านไม่ปลอดภัยที่ควรเลิกใช้ในปี 2026

  • 123456 รหัสผ่านตัวเลขเรียงลำดับที่พบเห็นได้บ่อยมาก ผู้โจมตีสามารถคาดเดาได้แทบจะทันที
  • password เป็นคำพื้นฐานที่มักอยู่ในรายการแรก ๆ ของระบบสุ่มเดารหัสผ่าน
  • admin คำเริ่มต้นที่พบบ่อยในบัญชีผู้ดูแลระบบ เราเตอร์ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • 12345678 แม้จะยาวกว่า 123456 แต่ยังเป็นตัวเลขเรียงกัน จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากนัก
  • qwerty เกิดจากการเรียงตัวอักษรแถวบนของคีย์บอร์ด เป็นรูปแบบที่ทั้งคนทั่วไปและโปรแกรมเดารหัสรู้จักดี
  • iloveyou ประโยคยอดนิยมที่จดจำง่าย แต่ถูกนำไปใช้ซ้ำจำนวนมากและคาดเดาได้ไม่ยาก
  • 111111 ตัวเลขซ้ำกันทั้งหมด แม้จะจำง่ายแต่แทบไม่มีความซับซ้อนในการป้องกันบัญชี
  • admin123 การเติมตัวเลขต่อท้ายคำยอดนิยมไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้นมาก เพราะเป็นรูปแบบที่ผู้โจมตีมักทดลองอยู่แล้ว
  • ชื่อเล่นหรือวันเกิด ข้อมูลเหล่านี้อาจค้นหาได้จากโซเชียลมีเดีย ทำให้คนใกล้ตัวหรือผู้ไม่หวังดีคาดเดารหัสผ่านได้ง่ายขึ้น
  • P@ssw0rd แม้จะเปลี่ยนตัวอักษรบางตัวเป็นสัญลักษณ์หรือตัวเลข แต่รูปแบบแทนตัวอักษรแบบนี้เป็นที่รู้จักมานาน และโปรแกรมเดารหัสผ่านสมัยใหม่ตรวจจับได้

และยังมีรหัสอื่นๆ ดังนี้

699431285_1300876838900645_59

สถิติรหัสผ่านที่พบจากข้อมูลรั่วไหล (Dark Web)

นอกจากรหัสผ่านที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำว่าไม่ควรใช้งานแล้ว ยังมีการรวบรวมสถิติจากข้อมูลรั่วไหล (Data Breach) ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งพบว่ารหัสผ่านจำนวนมากยังคงเป็นรูปแบบที่เดาง่ายและถูกใช้งานซ้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบ Brute Force และ Credential Stuffing ได้ง่าย

10 รหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย

อันดับ รหัสผ่าน จำนวนครั้งที่พบ 1 123456 931,513 2 12345678 835,574 3 1234 610,079 4 123456789 290,043 5 password 251,702 6 P@ssw0rd 154,597 7 12345 119,517 8 087272**** 109,149 9 a12345 89,794 10 admin 73,721

10 รหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก

อันดับ รหัสผ่าน จำนวนครั้งที่พบ 1 123456 130,526,312 2 12345678 52,452,433 3 admin 46,458,416 4 123456789 40,019,540 5 1234 30,215,160 6 12345 23,484,197 7 123 17,829,398 8 password 17,849,713 9 Aa123456 14,728,286 10 Password 13,996,858

700354488_1300876802233982_66

รหัสผ่านที่ซ้ำกันทั้งไทยและทั่วโลก มีอะไรบ้าง?

เมื่อนำข้อมูลทั้งสองชุดมาเปรียบเทียบ จะพบว่ามีรหัสผ่านหลายรายการที่ติดอันดับทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ได้แก่

  • 123456
  • 12345678
  • 123456789
  • 12345
  • 1234
  • password
  • admin
  • P@ssw0rd

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้จำนวนมากทั่วโลกยังคงเลือกรหัสผ่านที่จำง่ายมากกว่ารหัสผ่านที่ปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้รายการรหัสผ่านยอดนิยม (Password Dictionary) ทดลองเข้าสู่ระบบได้ภายในเวลาอันสั้น

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity

  • ใช้รหัสผ่านที่มีความยาวอย่างน้อย 12-16 ตัวอักษร
  • ผสมตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์
  • ไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันหลายเว็บไซต์
  • เปิดใช้งาน MFA (Multi-Factor Authentication) ทุกครั้งที่ทำได้
  • ใช้ Password Manager เพื่อสร้างรหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละบริการ
  • หากสงสัยว่ารหัสผ่านรั่วไหล ควรเปลี่ยนทันที

ตั้งรหัสผ่านอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น

รหัสผ่านที่ดีไม่ควรอาศัยเพียงการเปลี่ยนตัวอักษรบางตัวเป็นตัวเลข แต่ควรเน้นความยาวและหลีกเลี่ยงรูปแบบที่ผู้อื่นคาดเดาได้ โดยมีแนวทางดังนี้

  • ตั้งรหัสผ่านให้มีความยาวอย่างน้อย 12-16 ตัวอักษร
  • ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ร่วมกัน
  • หลีกเลี่ยงชื่อ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ ชื่อสัตว์เลี้ยง หรือข้อมูลที่พบได้บนโซเชียลมีเดีย
  • ไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายเว็บไซต์หรือหลายแอป
  • ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านเพื่อสร้างและเก็บรหัสที่ยาวและแตกต่างกัน
  • เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน หรือ MFA ในบัญชีที่รองรับ
  • เลือกใช้ Passkey แทนรหัสผ่านเมื่อบริการนั้นรองรับ
chatgptimagejul13,2026,1

รีบเปลี่ยนก่อนสาย ถ้ายังใช้

หากรหัสผ่านของคุณตรงหรือใกล้เคียงกับรายการข้างต้น ควรเปลี่ยนทันที โดยเฉพาะบัญชีอีเมล ธนาคาร โซเชียลมีเดีย และบัญชีที่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนตัว

หากเคยนำรหัสเดียวกันไปใช้หลายบริการ ต้องเปลี่ยนในทุกบัญชี ไม่ใช่เปลี่ยนเฉพาะบัญชีใดบัญชีหนึ่ง พร้อมตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และเปิด MFA เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดความเสี่ยง

สุดท้ายนี้พูดเต็มปากเต็มคำว่า รหัสผ่านที่ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องเป็นคำที่ซับซ้อนจนจำไม่ได้ แต่ควรมีความยาว ไม่ซ้ำกับบริการอื่น และไม่มีข้อมูลส่วนตัวอยู่ภายใน การใช้ Password Manager ร่วมกับ MFA หรือ Passkey จะช่วยยกระดับความปลอดภัยได้มากกว่าการพึ่งรหัสผ่านเพียงอย่างเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...