ล่ามือฉกพระเกตุทอง พิรุธ "พระมารุต" ชิ่งพิมพ์ลายนิ้วมือ นั่งรถทัวร์หายล่องหน
(22 พ.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีมีเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยส่วนทองคำบนยอดเกศเกษาของพระพุทธรูปประธานภายในพระอุโบสถวัดหายโศก เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ซึ่งทางวัดได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เข้าตรวจสอบเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดมีชัยวนาราม หมู่ที่ 1 บ้านนาดี ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นวัดตามทะเบียนบ้านของพระมารุต ผู้ต้องสงสัยขโมยยอดเกศของพระประธานวัดหายโศก โดยได้พบกับ พระครูสุตชยาภินันท์ (ชัชวรรธน์ อภินันโท) เจ้าอาวาสวัดมีชัยวนาราม และเจ้าคณะตำบลนาดี
พระครูสุตชยาภินันท์ เปิดเผยว่า พระมารุต หรือพระต้น มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านนาดี แต่ไม่ได้บวชที่วัดแห่งนี้ โดยไปบวชที่วัดในเขตตำบลบ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ได้ 1 พรรษา ช่วงนั้นที่ สปป.ลาว มีงาน พระมารุตต้องการทำเอกสารผ่านแดน จึงมาขอให้ตนนำชื่อเข้าในทะเบียนวัด เนื่องจากรู้จักกันมาตั้งแต่วุ่นพ่อแม่ ต่อมาจึงได้ย้ายออกจากวัดที่อำเภอศรีเชียงใหม่มาอยู่วัดหายโศก โดยมีเพื่อนของพระมารุตที่ทำงานอยู่ฝ่ายทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการให้ที่หนองคาย
เจ้าอาวาสวัดมีชัยวนาราม เล่าต่อไปว่า ก่อนที่จะบวช แม่ของพระมารุตเคยเล่าให้ฟังว่าลูกชายมีเงินเยอะ มีเงินหลายแสนบาท อยากใส่ทองเส้นไหนก็ได้ใส่ และบอกให้ลูกไปบวชในเมืองเพื่อเอาเงินมาให้ ซึ่งตนกับเจ้าอาวาสวัดหายโศกรู้จักกันมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร หลังเกิดเหตุเจ้าอาวาสวัดหายโศกได้โทรศัพท์มาปรึกษาตน และให้ช่วยไปดูพระมารุตที่บ้านแม่ แต่เมื่อตนไปตรวจสอบก็ไม่พบว่าอยู่บ้าน บ้านปิดเงียบ ทราบว่าพึ่งกลับเข้าบ้านเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ค. 69 แต่ไม่ได้มาที่วัดแห่งนี้
สำหรับอุปนิสัยของพระมารุตนั้น ครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน พระมารุตเป็นคนชอบคุยโว เมื่อก่อนเคยทำธุรกิจเปิดห้องเช่า 10 กว่าห้อง มีเงินหลายล้านบาทจริง แต่ต่อมาติดเล่นการพนันและชอบเที่ยว ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นเคยมีประวัติในช่วงที่จะไปทำงานที่ดูไบแต่ตรวจโรคไม่ผ่าน จึงเกิดความเครียดและหันไปเสพยาอย่างหนักจนเกือบจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย แม่จึงรับตัวกลับมารักษาอยู่ปีกว่า ก่อนจะหนีมาบวชเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 จนถึงปัจจุบันยังบวชไม่ครบปี ก่อนจะย้ายมาอยู่วัดหายโศกหลังออกพรรษาปีที่ผ่านมา
ด้าน น.ส.นุสบา (น้องสาว) และ นายวิน (น้องเขย) ของพระมารุต เปิดเผยว่า ปกติพระมารุตเป็นคนอัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย ไม่เคยเกะกะระรานใคร พวกตนรู้เรื่องจากโซเชียลก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเป็นคนขโมย ตอนนี้ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ยอมรับว่าอาจเป็นไปได้ที่กำลังหลบหนีตามข่าว ปัจจุบันพระมารุตป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ญาติพี่น้องเป็นห่วงมาก จึงอยากฝากถึงพระมารุตให้ติดต่อกลับมาพูดคุยกันว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับ นายธนัช เพื่อนบ้านที่ระบุว่า พระต้นเป็นคนร่าเริง มีอะไรก็แบ่งปันกันกิน ส่วนเรื่องคดีความคงต้องว่ากันไปตามหลักฐาน
ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและนำพระเณรในวัดมาพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจพิสูจน์ แต่มีพระมารุตเพียงรูปเดียวที่ไม่ยอมมาพิมพ์ลายนิ้วมือ และได้ขับรถของวัดไปจอดทิ้งไว้ที่ บขส. ก่อนจะขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้ากรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์ต่อไป
สำหรับยอดเกศของพระประธานวัดหายโศกนั้น ตัวเกศทั้งหมดมีมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านบาท ทำจากเงินเป็นหลัก น้ำหนักรวมประมาณ 14 กิโลกรัม ปลายสุดประดับทับทิมและพลอยล้อมรอบ ส่วนที่ถูกขโมยไปคือส่วนปลายยอดที่เป็นทองคำน้ำหนักประมาณ 2 บาทกว่า ซึ่งภายในเป็นลักษณะผอบใช้สลักล็อก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุอรหันต์ 5 พระองค์ ที่ได้มาจากสมเด็จพระสังฆราชและเกจิอาจารย์ชื่อดัง