โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดบวก 276 จุด หลังน้ำมันย่อตัว รับความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ดาวโจนส์ปิดบวก 276 จุด หลังน้ำมันย่อตัว รับความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 6:30: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) หลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ท่ามกลางกระแสข่าวว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้า แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในประเด็นการจัดการคลังยูเรเนียม รวมถึงสิทธิ์ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,285.66 จุด เพิ่มขึ้น 276.31 จุด (+0.55%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,445.72 จุด เพิ่มขึ้น 12.75 จุด (+0.17%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,293.10 จุด เพิ่มขึ้น 22.74 จุด (+0.09%)

บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยช่วงเช้าตลาดเคลื่อนไหวในแดนลบ ก่อนจะพลิกกลับมาปิดบวกในช่วงบ่าย โดยดาวโจนส์ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาน้ำมันลดลงหลังจากพุ่งขึ้นในช่วงแรก

ทางด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีสัญญาณที่ดีบางประการในการเจรจากับอิหร่าน แต่ระบุด้วยว่า ข้อตกลงทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากอิหร่านยังคงเดินหน้าบังคับใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใด ๆ แต่สามารถลดช่องว่างความเห็นที่ขัดแย้งลงได้บ้าง โดยประเด็นยูเรเนียมและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้

เจสัน ไพรด์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและการวิจัยจาก Glenmede วิเคราะห์ว่า ความผันผวนเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นผลมาจากปฏิกิริยาของนักลงทุนต่อการคาดการณ์สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

ช่วงที่ตลาดมีการซื้อขายในระดับที่สูง ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วยบดบังความกังวลเรื่องอิหร่านไปได้ก่อนหน้านี้ แต่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการใกล้จบแล้ว ตลาดคงไม่มีข่าวดีจากผลกำไรของบริษัทเข้ามาหนุน ความสนใจของตลาดจึงเวียนกลับมาที่ประเด็นอิหร่านอีกครั้ง และในระยะสั้นนั้น ทิศทางของตลาดน่าจะขับเคลื่อนไปตามกระแสข่าวหรือการประกาศข้อตกลงที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับอิหร่านเป็นหลัก

มาร์ก ดิซาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Huntington Wealth Management ให้ความเห็นว่า ข้อดีในมุมมองของตลาดคือข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางนี้ยังคงมีผลอยู่ และเป็นเรื่องดีที่ยังมีช่องทางคลี่คลายสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนในเวลานี้อ่อนไหวต่อทุกพาดหัวข่าวมาก และไม่มีใครรู้ความคืบหน้าที่แท้จริงของการเจรจานี้ นอกจากคนวงในของสหรัฐฯ และอิหร่านเท่านั้น

นอกจากนี้นักลงทุนยังซึมซับรายงานผลประกอบการระลอกสุดท้ายจากบริษัทขนาดใหญ่ โดยหุ้นของ Walmartเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของโลก ดิ่งลง 7.3% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาสสองต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยยังคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีตามเดิม

ทั้งนี้ จอห์น เดวิด เรนีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท ระบุว่า ผู้บริโภคกำลังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง และหากสภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของราคาค้าปลีกจะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสสองและช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด พบว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของตลาดแรงงาน ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สามารถมุ่งไปที่การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ต่อไป ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสี่ปีในเดือนพ.ค. เนื่องจากผู้ประกอบการเร่งกักตันสินค้าคงคลังเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนและราคาสินค้าที่สูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 พบว่า หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคดิ่งนำตลาด ปิดลบ 1.6% โดยถูกกดดันจากยอดขายของ Walmart รวมถึงการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มค้าปลีกอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง Casey's General Stores ที่ลดลง 3.3% และ Costco Wholesale ลดลง 2.2%

- หุ้น Nvidia ลดลง 1.8% จากแรงขายทำกำไรบางส่วน หลังจากบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาสสองในเชิงบวก พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาหุ้นของบริษัทจะทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ทว่าอัตราการเติบโตเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากนักลงทุนประเมินว่า Nvidia จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากบริษัทคู่แข่ง อาทิ Intel และ Advanced Micro Devices ในอนาคต อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟียปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าผลประกอบการของ Nvidia ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับหุ้นกลุ่มนี้

- หุ้น IBM พุ่งขึ้น 12.4% รับข่าวที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้เงินสนับสนุนบริษัทด้านควอนตัมคอมพิวติ้งบางแห่ง ซึ่งรวมถึงกิจการร่วมทุนแห่งใหม่ของ IBM เพื่อแลกกับการเข้าถือหุ้นในบริษัทกลุ่มนี้

- ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้น GlobalFoundries พุ่งขึ้น 14.9% หุ้น D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 33.4% หุ้น Rigetti Computing ทะยานขึ้น 30.6% และหุ้น Infleqtion ดีดขึ้น 31.5%

- หุ้น Intuit บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ทรุดลง 20% หลังจากปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำปีของบริการซอฟต์แวร์ยื่นภาษี TurboTax พร้อมประกาศปรับลดพนักงานประจำลง 17% ส่งผลให้หุ้นของผู้ให้บริการเตรียมแบบแสดงรายการภาษีอย่าง H&R Block ปิดตลาดร่วงลงตามไป 4.8%

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,670 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,570 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.51 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 234 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 106 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,985 ตัว และหุ้นลบ 1,798 ตัว โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.66 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 11 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 4 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 96 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 108 ตัว

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...