ตัดวงจรอินเตอร์เน็ตข้ามชาติ บุกทลายจุดลักลอบส่งเน็ต ข้ามพรมแดนอรัญฯ โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันตรวจค้น บ้านพัก หมู่ที่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว และ บ้านพัก หมู่ 4 ถ.ธนะวิถี ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสระแก้วที่ ค.88/2569 และ ค.89/2569 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อพบ และยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ใน การกระทำความผิด พร้อมตรวจยึดของกลาง
จุดที่ 1 บ้านพัก หมู่ที่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว
1. คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง
2. อุปกรณ์เน็ตเวิร์ค จำนวน 2 รายการ
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 3 ชิ้น
5. เอกสารอื่นๆ จำนวน 1 ชุด
6. เครื่องวิทยุคมนาคม อุปกรณ์รับ - ส่งสัญญาณไร้สาย จำนวน 53 เครื่อง
จุดที่ 2 บ้านพัก หมู่ 4 ถ.ธนะวิถี ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว
1. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 2 เครื่อง
2. จอภาพมอนิเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง
3. สมุดบัญชีธนาคาร 27 เล่ม
4. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 6 ใบ
5. สมุดเช็คเงินสด จำนวน 6 เล่ม
พฤติการณ์ จากการตรวจสอบของ กสทช., ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, ศูนย์ ACSC พบว่าอาคารพาณิชย์แห่งนี้ ห่างจากตึก Galaxy ราว 700 เมตร ลักลอบกระจายสัญญาณโทรศัพท์ - อินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ ปี 2565 โดยผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ตรวจพบความผิดปกติ มีการใช้งานจาก IP ดังกล่าวจำนวนมาก เฉพาะโทรศัพท์มือถือย้อนหลัง 1 เดือน 190 เครื่อง โดยเปรียบเทียบความถี่ของการใช้งาน 1 วันของเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว เทียบเท่ากับประชาชน 1 อำเภอใช้งาน สามีภรรยาเจ้าของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งยอมรับว่าได้ลักลอบส่งสัญญาณจากไทยไปให้ตึก Galaxy ซึ่งเป็นบ่อนคาสิโนในปอยเปตใช้สัญญาณ อ้างว่าได้รับค่าตอบแทน 4 หมื่นบาทต่อเดือน
พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ระบุว่าพบการทำธุรกรรมทางการเงิน ธนาคาร ของไทย 4 แห่ง จำนวน 21 บัญชี และโอนเงินต่อไปยังธนาคารกัมพูชา 2 แห่ง, ธนาคารอินโดนีเซีย 1 แห่ง เชื่อมโยงต่อไปยังสกุลเงินดิจิทัล จากการตรวจสอบพบมีประชาชนแจ้งความออนไลน์ ถูกหลอกออนไลน์แล้ว 37 เคส มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 160 ล้านบาท เมื่อเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ พบว่าบริเวณชั้น 2 มีตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 1 ตู้ ภายในห้องยังมีอุปกรณ์สำหรับติดตั้งกล้องวงจรปิด และอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องที่ทำหน้าที่ควบคุมการส่งสัญญาณ ส่วนชั้นสามพบอุปกรณ์สำหรับกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ใช้แล้วจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การติดตั้งจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากแผงกระจายสัญญาณประชาชนไม่สามารถครอบครองและใช้งานได้ นอกจากอาคารพาณิชย์ ตำรวจยังนำหมายค้นเข้าค้นบ้านพักของทั้งคู่ ภายในบ้านยังพบเซิร์ฟเวอร์สัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวนหนึ่งตู้ ติดตั้งอยู่ภายในบ้าน
ภายในห้องทำงานมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเมนหลักในการควบคุม การทำงาน และยังพบสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก ชุดสืบสวนจึงยึดทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ลักษณะการลอบ ส่งสัญญาณฯ ครั้งนี้ถือเป็นการทำธุรกรรมอำพราง หวังไม่ให้ถูกอายัดบัญชี และไม่ให้ตรวจสอบพบว่าการทำธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้นที่ปอยเปต โดยพยายามใช้ IP กลบเกลื่อนให้เห็นว่ามีการใช้งานอยู่ในประเทศไทย ทั้งการโอนเงิน, ส่ง SMS, โทรศัพท์ ซึ่งเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องสามารถใช้งานพร้อมกันได้จำนวนมากขึ้นอยู่กับการตั้งค่า
สำหรับสามีภรรยา ประกอบอาชีพรับติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่อรัญประเทศ และมักข้ามไปยัง ปอยเปต เพื่อรับงานติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต, กล้องวงจรปิดให้กับบ่อนคาสิโน และตึกต่างๆในปอยเปต จนมีความสัมพันธ์กับคนในปอยเปต
ซึ่งหลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่าการลักลอบปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่ นายวีรพนธ์ ศรีนวล รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. ภาค 1 ระบุว่าได้ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากตู้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวที่ส่งไปยังตึกกาสิโน Galaxy เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้ภายใน ตึก Galaxy จะไม่สามารถทำธุรกรรม ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง จาก IP ได้อีกซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด มีซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 7 (1) ประกอบกับมาตรา 67 พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้ ในทางผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกัน และปราบปรามขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและสังคมไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม