โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มณเฑียร” นำ กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ ติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“มณเฑียร” นำ กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ ติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ ทุกหน่วยมีความพร้อมปกป้องอธิปไตย ด้าน ”พล.อ.รังษี“ ยัน หากกัมพูชายังยั่วยุ-ไม่ยุติพฤติกรรม รอบนี้จะจำไปชั่วชีวิต กร้าว จะทุบให้ดิ้น ไม่เสียเวลาอีกแล้ว ย้ำ เตรียมความพร้อมทุกด้านไม่ประมาท

วันที่ 11 ก.ค. 69 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษากมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ นายพีรพล กนกวลัย โฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ พร้อมด้วยคณะ เดินทางเข้ารับฟังสถานการณ์ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

โดย นายมณเฑียร ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ว่า คณะกรรมาธิการลงพื้นที่บริเวณที่เคยเกิดเหตุปะทะมาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และเตรียมความพร้อม หากเกิดสถานการณ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 3 จะได้สามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายมณเฑียร กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลในพื้นที่ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ เพราะทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และประชาชน มีความสามัคคีและพร้อมร่วมกันปกป้องอธิปไตยของประเทศ สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการอพยพประชาชน ทั้งในพื้นที่บ้านกวดที่มีผู้อพยพกว่า 70,000 คน และพื้นที่พนมดงรักกว่า 90,000 คน รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาครบถ้วนแล้ว ไม่มีปัญหาตกค้าง

นายมณเฑียร เผยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการปกป้องอธิปไตยร่วมกับประชาชนมาโดยตลอด ไม่เคยนิ่งนอนใจ และไม่เคยลืมว่าประชาชนไว้วางใจให้เป็นผู้นำรัฐบาล วันนี้ท่านมอบหมายให้ผมลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา เก็บข้อมูล แม้ท่านอยากมาด้วยตนเองแต่ติดภารกิจ เมื่อกลับไปผมจะนำข้อมูลทั้งหมดจากบุรีรัมย์และสุรินทร์ เสนอต่อรัฐบาลและผู้มีอำนาจในการสั่งการต่อไป

เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้รับจะนำไปดำเนินการอย่างไร นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมแนวทางไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่ายังมีข้อจำกัดในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากระเบียบพัสดุกำหนดให้ทุกโครงการต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน จึงต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอแนวทางแก้ไข

เมื่อถามถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่ยังมีการยั่วยุจากฝั่งกัมพูชา และแนวทางของคณะกรรมาธิการในการรับมือ นายมณเฑียร กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพราะไม่ประมาท เนื่องจากเคยเกิดเหตุปะทะมาแล้ว 2 ครั้ง หากเกิดเหตุซ้ำจะได้ไม่มีอุปสรรค ทั้งด้านยุทโธปกรณ์ การปฏิบัติของทหาร ตำรวจ การอพยพประชาชน และการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล ซึ่งได้มีการสอบถามข้อมูลในทุกมิติ

นายมณเฑียร กล่าวว่า หากไม่เกิดเหตุปะทะย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังมีกลไกการเจรจา เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เพื่อแก้ไขปัญหา และโต๊ะเจรจาอื่น ๆ แต่สิ่งสำคัญคือไม่รบก็ชนะได้ หากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร มีความสามัคคี

สำหรับความพร้อมด้านบังเกอร์และการเก็บกู้ระเบิดหลังเกิดเหตุปะทะตั้งแต่รอบแรก นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งให้ฝ่ายปกครองสำรวจความต้องการบังเกอร์และส่งข้อมูลมายังส่วนกลาง เพราะมีงบกลางรองรับอยู่แล้ว แม้ยังไม่เกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถใช้งบดังกล่าวช่วยเหลือได้ โดยปีนี้รัฐบาลตั้งงบกลางรองรับภัยต่าง ๆ ทั้งภัยธรรมชาติและภัยด้านความมั่นคงไว้จำนวนมาก

นายมณเฑียร กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.สุรินทร์ ได้รับงบประมาณก่อสร้างบังเกอร์แล้วกว่า 400 แห่ง รวมทั้งในหลายจังหวัด เช่น จ.สระแก้ว ก็ทยอยเสนอของบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งตนจะรวบรวมข้อมูลส่งให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ขณะเดียวกันอุปกรณ์ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บางส่วนยังไม่ครบถ้วน แต่กำลังทยอยจัดหาเพิ่มเติม โดยได้ติดตามเรื่องนี้ผ่านการประชุมคณะกรรมาธิการอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการแต่งตั้ง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ นายมณเฑียร กล่าวว่า พล.อ.รังษี เป็นอดีตนายทหารที่มีความรู้ ความสามารถ และให้ความสนใจด้านการปกป้องอธิปไตยและพื้นที่ชายแดน จึงเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยงานของคณะกรรมาธิการได้เป็นอย่างดี

ส่วนการประเมินสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน นายมณเฑียร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าฝ่ายกัมพูชายังคงใช้วิธียั่วยุ โดยเฉพาะการพยายามนำประเด็นเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อประเทศไทย ทั้งที่เหตุปะทะที่ผ่านมา กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน จึงพยายามยั่วยุให้ไทยตอบโต้ เพื่อนำภาพไปเผยแพร่ในต่างประเทศว่าไทยรังแกประเทศเล็ก

ขณะที่ พล.อ.รังษี กล่าวว่าถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ ว่า มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อม หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง คณะกรรมาธิการจะสามารถสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานได้ทันที โดยเฉพาะการนำข้อมูลรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้กำชับให้ดูแลทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และประชาชนอย่างใกล้ชิด

พล.อ.รังษี กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือระบบสาธารณสุขและการรักษาพยาบาล เพราะหากเกิดเหตุปะทะขึ้น การรักษาพยาบาลเบื้องต้นถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและการสนับสนุนทุกด้าน โดยข้อมูลทั้งหมดจะรวบรวมผ่านประธานคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการต่อไป

สำหรับความพร้อมด้านสาธารณสุขในพื้นที่ จ.สุรินทร์ พล.อ.รังษี กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลพบว่าทุกหน่วยมีความพร้อม ทั้งการอพยพประชาชน การจัดหาอาหาร สุขอนามัย การดูแลผู้พักพิง รวมถึงการเตรียมยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยบทเรียนจากเหตุปะทะครั้งที่ผ่านมาได้ถูกนำมาปรับปรุงเพื่อให้การปกป้องประชาชนและทรัพย์สินมีข้อบกพร่องน้อยที่สุด

”การที่คณะกรรมาธิการชุดนี้มา เรามาเก็บรายละเอียดทั้งหมด แล้วก็สุดท้ายรายละเอียดทั้งหมดต้องได้รับการแก้ไขในรอบนี้ แล้วก็รอบนี้ผมถือว่าถ้ากัมพูชายังไม่หยุดและยังใช้วิธีการที่ไม่ดี รอบนี้มันจะจำไว้ชั่วชีวิต เพราะว่าเราจะรบตัดขาดกันมันรอบนี้“ พล.อ.รังษี กล่าว

ส่วนแล้วพฤติกรรมการยั่วยุของกัมพูชาทั้งในเวทีโลกหรือว่าในตามแนวชายแดนมองแล้วมีความรู้สึกอย่างไร ”วันนี้ประเทศเราที่มาเตรียมความพร้อม หมายถึง เราจะทุบมันให้ดิ้น รอบนี้ทุบให้ตาย เราจะไม่มาเสียเวลากับมันอีกแล้ว เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนประเทศชาติต้องการความสงบ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายกรรมาธิการชุดนี้นำโดยนายมณเฑียร สงฆ์ประชา มาดำเนินการให้เบ็ดเสร็จในเรื่องของข้อมูล เพราะว่ารอบนี้เราจะไม่พลาดแบบ รอบหนึ่ง รอบสอง” พล.อ.รังษี กล่าว

ส่วนความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการปะทะอีก พล.อ.รังษี กล่าวว่า ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนแนวหลังร่วมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่แนวหน้า โดยคณะกรรมาธิการจะดำเนินการทุกด้านเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ส่วนประเมินอย่างไรที่ก่อนหน้านี้กัมพูชาจะยั่วยุผ่านโซเชียล แต่ในตอนนี้เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างกรณีล่าสุดที่มีการทำเสียงระเบิดในแถบแนวชายแดนไทยและกัมพูชาแล้ว พล.อ.รังษี กล่าวว่า เป็นการปฏิบัติการด้านจิตวิทยา จะไปสนใจกับ โดรนคลองถมกับรถถังปะการังเทียม ซึ่งเรามีศักยภาพมากกว่าเยอะ แต่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...