โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้วมังกรเนื้อสีขาว vs สีแดง ต่างกันยังไง? กินสีไหนดี เลือกให้ถูก คุ้มค่าได้ประโยชน์

sanook.com

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แก้วมังกรเนื้อขาว-เนื้อแดง ต่างกันยังไง กินสีไหนได้ประโยชน์กว่า เหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร?

แก้วมังกรเนื้อขาว-เนื้อแดง ต่างกันยังไง กินสีไหนได้ประโยชน์กว่า เหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร?

“แก้วมังกร” เป็นผลไม้ที่หลายคนชอบ เพราะรสหวานอ่อน กินง่าย เนื้อฉ่ำน้ำ และมีเมล็ดเล็ก ๆ ที่ให้สัมผัสกรุบเบา ๆ แต่เวลาไปเลือกซื้อ หลายคนอาจลังเลว่า ระหว่าง แก้วมังกรเนื้อขาว กับ แก้วมังกรเนื้อแดง ควรเลือกสีไหนดี สีไหนมีประโยชน์มากกว่า และเหมาะกับใครมากกว่ากัน

คำตอบคือ กินได้ทั้ง 2 สี และต่างก็มีประโยชน์ในแบบของตัวเอง โดยแก้วมังกรเนื้อแดงจะเด่นกว่าในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระจากเม็ดสีธรรมชาติ ส่วนเนื้อขาวเด่นเรื่องรสอ่อน กินง่าย และยังเป็นแหล่งใยอาหารที่ดีเช่นกัน

แก้วมังกรมีประโยชน์อะไร?

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานไม่สูงมากเมื่อเทียบกับขนมหรือของหวานหลายชนิด มีน้ำมาก ช่วยเพิ่มความสดชื่น และมีใยอาหารที่ช่วยเรื่องการขับถ่ายและความอิ่มหลังมื้ออาหาร

ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า แก้วมังกร 1 ถ้วย ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 27.4 กรัม และใยอาหารประมาณ 5.6 กรัม จึงถือเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์น่าสนใจ แต่ก็ยังมีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติ ไม่ใช่อาหารที่กินได้ไม่จำกัด

แก้วมังกรเนื้อขาว จุดเด่นคืออะไร?

แก้วมังกรเนื้อขาว มักมีรสหวานอ่อนกว่าในหลายสายพันธุ์ เนื้อกรอบ ฉ่ำน้ำ และกินง่าย เหมาะกับคนที่ชอบผลไม้รสไม่จัด หรืออยากได้ผลไม้ที่ให้ความสดชื่นโดยไม่หวานมากจนเกินไป

จุดเด่นของเนื้อขาวคือกินง่าย สีไม่ติดมือ ไม่ทำให้ปัสสาวะหรืออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีแดงหลังรับประทาน และยังให้ใยอาหารเหมือนแก้วมังกรทั่วไป จึงเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มผลไม้ในมื้ออาหารแบบเบา ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้รสจะอ่อนกว่า แต่แก้วมังกรเนื้อขาวก็ยังมีคาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติ คนที่ต้องคุมน้ำตาลจึงควรกินในปริมาณพอดี ไม่ควรกินครั้งละมาก ๆ หรือปั่นเป็นน้ำผลไม้เติมน้ำเชื่อม

แก้วมังกรเนื้อแดง จุดเด่นคืออะไร?

แก้วมังกรเนื้อแดง หรือสีแดงอมม่วง มีจุดเด่นที่สีสันสดชัด ซึ่งมาจากเม็ดสีธรรมชาติกลุ่ม เบตาเลน และ เบตาไซยานิน สารกลุ่มนี้จัดเป็นสารพฤกษเคมีที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ด้วยเหตุนี้ แก้วมังกรเนื้อแดงจึงมักถูกพูดถึงมากกว่าในแง่ของสารต้านอนุมูลอิสระจากเม็ดสีธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มผลไม้สีเข้มในมื้ออาหาร เพื่อให้ได้สารอาหารจากพืชที่หลากหลายขึ้น

แต่สิ่งที่หลายคนอาจตกใจคือ หลังจากกินแก้วมังกรเนื้อแดงแล้ว บางคนอาจพบว่าปัสสาวะหรืออุจจาระมีสีแดงอมชมพูชั่วคราว ซึ่งอาจเกิดจากเม็ดสีธรรมชาติของผลไม้ อย่างไรก็ตาม หากมีสีแดงผิดปกติทั้งที่ไม่ได้กินแก้วมังกรแดง หรือมีอาการปวดท้อง ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน

สีไหนมีประโยชน์กว่ากัน?

ถ้าวัดแบบภาพรวม ไม่ควรสรุปว่าแก้วมังกรสีแดง “ดีกว่า” สีขาวทุกด้าน เพราะทั้งสองสีมีน้ำ ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่เป็นประโยชน์เหมือนกัน เพียงแต่มีจุดเด่นต่างกัน

หากโฟกัสเรื่อง สารต้านอนุมูลอิสระจากเม็ดสี แก้วมังกรเนื้อแดงจะเด่นกว่า เพราะมีสีแดงม่วงจากสารธรรมชาติในกลุ่มเบตาเลน แต่ถ้าโฟกัสเรื่อง รสอ่อน กินง่าย และไม่เลอะสี แก้วมังกรเนื้อขาวก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกัน

ดังนั้น สีที่ “ดีที่สุด” อาจไม่ใช่สีใดสีหนึ่งเสมอไป แต่คือการกินให้หลากหลาย สลับชนิดผลไม้ และกินในปริมาณที่เหมาะกับร่างกายของตัวเอง

ใครเหมาะกับแก้วมังกรเนื้อขาว?

แก้วมังกรเนื้อขาวเหมาะกับคนที่ชอบผลไม้รสอ่อน ไม่หวานจัด เด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่อยากเพิ่มใยอาหารจากผลไม้แบบกินง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องสีติดมือหรือสีเปลี่ยนในปัสสาวะและอุจจาระหลังรับประทาน

สำหรับคนที่กำลังคุมน้ำหนักหรืออยากลดขนมหวาน แก้วมังกรเนื้อขาวสามารถเป็นตัวเลือกของว่างได้ แต่ควรกินเป็นผลสด ไม่ใช่แบบปั่นใส่น้ำเชื่อม นมข้น หรือท็อปปิงหวาน ๆ เพราะอาจทำให้พลังงานและน้ำตาลรวมสูงขึ้น

ใครเหมาะกับแก้วมังกรเนื้อแดง?

แก้วมังกรเนื้อแดงเหมาะกับคนที่อยากเพิ่มผลไม้สีเข้มในมื้ออาหาร หรืออยากได้สารต้านอนุมูลอิสระจากพืชเพิ่มเติมในรูปแบบอาหารธรรมชาติ สีแดงสดยังช่วยให้จานอาหารดูน่ากินขึ้น เหมาะกับการกินสด ทำสลัดผลไม้ หรือกินคู่โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

แต่สำหรับคนที่ไม่อยากตกใจเรื่องสีของอุจจาระหรือปัสสาวะหลังรับประทาน อาจต้องรู้ไว้ก่อนว่าแก้วมังกรเนื้อแดงสามารถทำให้สีเปลี่ยนชั่วคราวได้ในบางคน ซึ่งโดยมากมักหายไปเองเมื่อหยุดกิน

ใครควรระวังแก้วมังกรทั้ง 2 สี?

ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือกำลังคุมน้ำตาล ควรกินแก้วมังกรในปริมาณพอดี เพราะแม้จะมีใยอาหาร แต่ก็ยังมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่ การกินครั้งละมาก ๆ หรือปั่นดื่มอาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากกว่าที่คิด

คนที่ท้องอืดง่าย ลำไส้ไว หรือถ่ายเหลวง่าย ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน เพราะใยอาหารในผลไม้อาจทำให้บางคนถ่ายคล่องขึ้น แน่นท้อง หรือไม่สบายท้องได้ โดยเฉพาะหากกินมากในครั้งเดียว

ผู้ที่แพ้ผลไม้บางชนิด แม้การแพ้แก้วมังกรจะไม่ใช่เรื่องที่พบได้บ่อย แต่หากกินแล้วมีผื่น คัน ปากบวม หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรหยุดกินและพบแพทย์ทันที

กินแก้วมังกรอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากขึ้น?

  • กินเป็นผลสดทั้งชิ้น แทนการปั่นหรือคั้นน้ำ
  • ไม่เติมน้ำเชื่อม นมข้น หรือท็อปปิงหวานมากเกินไป
  • กินในปริมาณพอดี โดยเฉพาะคนที่ต้องคุมน้ำตาล
  • สลับกินผลไม้หลายชนิด ไม่กินชนิดเดิมซ้ำมากเกินไป
  • ล้างเปลือกก่อนผ่า เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากเปลือกสัมผัสเนื้อผลไม้

สรุป แก้วมังกรเนื้อขาวหรือเนื้อแดง เลือกสีไหนดี?

ถ้าชอบผลไม้รสอ่อน กินง่าย และไม่อยากให้สีติดมือหรือสีเปลี่ยนหลังรับประทาน แก้วมังกรเนื้อขาว เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก

แต่ถ้าอยากได้จุดเด่นเรื่องสีสันและสารต้านอนุมูลอิสระจากเม็ดสีธรรมชาติ แก้วมังกรเนื้อแดง จะน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มผลไม้สีเข้มในมื้ออาหาร

ท้ายที่สุด แก้วมังกรทั้งสองสีมีประโยชน์ได้ หากกินในปริมาณพอดีและกินเป็นผลสด ไม่ใช่แบบเติมหวานหรือกินมากเกินไป สีไหนดีกว่าจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน แต่ถ้าเลือกได้ การกินสลับกันก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ได้ความหลากหลายและไม่จำเจที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...