โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘น้องเนย’ ดาราสาวแห่งยุค! พรีเซ็นเตอร์มากกว่า 50 ตัว มีเลขา 20 คน บริษัทกำไร 217 ล้าน

TODAY Bizview

อัพเดต 27 พ.ค. เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 03.03 น. • TODAY

ดาราสาวฮอตไม่ไหว น้องหมีเนยวันนี้มีพรีเซ็นเตอร์ไปแล้วมากกว่า 50 แบรนด์ มีเลขาส่วนตัวกว่า 20 คนแล้ว

จากคาแรกเตอร์หมีที่เริ่มต้นจากความตั้งใจอยากฮีลใจคนวันนี้ Butterbear หรือ “น้องหมีเนย” กลายเป็นหนึ่งใน IP Character ที่มาแรงที่สุดของไทย มีทั้งแฟนด้อม สินค้า คาเฟ่ งานแฟนมีต และพรีเซ็นเตอร์มากกว่า 50 แบรนด์แล้ว และตอนนี้ก็มีพี่สาวคนใหม่ชื่อเบียงก้า ที่แป๊ปเดียวมีแบรนด์ติดต่อโฆษณามาบ้างแล้วด้วย

TODAY Bizview ได้ไปร่วมงานแถลงข่าว GCAP GOLD x Butterbear และได้พูดคุยกับ ‘ธนาภา ปางพุฒิพงศ์’ หรือ ‘เบลล์’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Butterbear แล้วจะมาสรุปความสำเร็จของดาราสาวให้ฟัง

[ ดาราสาวคว้าพรีเซ็นเตอร์ไป 50 ตัว ทีมงานจาก 5 คน เป็นมากกว่า 20 คน ]

‘เบลล์’ เล่าให้ฟังว่า เป้าหมายของการปั้นน้องหมีเนยไม่ใช่การสร้างธุรกิจใหญ่โต แต่คือการทำให้คนรู้สึกมีความสุขเวลาเห็นน้อง และเมื่อผู้คนอินกับพลังบวกเหล่านั้น กระแสทั้งหมดก็ค่อยๆ โตขึ้นเองตามธรรมชาติ

“จริงๆ ตั้งแต่แรกเลย เราไม่เคยคิดว่าเราจะแบบฉันต้องปั้นถึงซอฟต์พาวเวอร์ เราก็ทำแบบตามธรรมชาติของเราที่เรารูปอยากให้น้องเนยเนี่ยเป็นอะไรที่สามารถ ฮีลใจคนได้ พอเรามี Goal ที่ชัดเจนว่าอยากให้น้องเป็นคาแรกเตอร์ที่สามารถส่งความสุขให้คนได้ มันก็เลยอยู่ดีๆ ก็เกิดเป็น Soft Power” เบลล์ กล่าว

เบื้องหลังความสำเร็จของน้องเนย เริ่มจากทีมเล็กๆ แค่ประมาณ 5 คนในช่วงแรก ก่อนจะขยายมาเป็นมากกว่า 20 คน เพื่อรองรับทั้งงานพรีเซ็นเตอร์ งานแฟนคลับ งานสินค้า และคอนเทนต์บนโซเชียล

ทีมงานบางส่วนทำหน้าที่คล้าย “เลขา” และผู้ดูแลน้องโดยเฉพาะ ตั้งแต่จัดตารางงาน ดูแลการเดินทาง ไปจนถึงเตรียมรถตู้สำหรับออกงาน เพราะวันนี้น้องหมีเนยถูกบริหารเหมือนศิลปินและแบรนด์เต็มรูปแบบแล้ว

และตอนนี้รวมๆ แล้วดาราสาวกวาดพรีเซ็นเตอร์ไปมากกว่า 50 สินค้าแล้ว

ซึ่งกลยุทธ์หลักๆ ที่ทำให้กระแสของน้องหมีเนยยังอยู่ในใจมัมหมีคือ การ “ฟังแฟนคลับ” อย่างจริงจัง เพราะทีมมองว่า Social Media คือหัวใจของการเติบโต หากแฟนคลับอยากเห็นน้องเต้น Challenge ไหน หรืออยากเห็นคอนเทนต์แบบไหน ทีมจะรีบหยิบมาทำต่อทันที ทำให้น้องดูเป็นคาแรกเตอร์ที่มีชีวิต มีปฏิสัมพันธ์ และเหมือนกำลังโตไปพร้อมกับแฟนๆ

เบลล์ยังเล่าอีกว่า ในฝั่งการบริหารแฟนดอม ทีมงานยังพยายามปรับระบบให้แฟนคลับสะดวกขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ใช้ระบบต่อคิวหน้างาน ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการกดบัตรออนไลน์ เพื่อลดเวลารอ ลดความแออัด และจัดการคนจำนวนมากได้ดีขึ้น โดยเฉพาะฐานแฟนมัมหมีที่กลายเป็นกำลังหลักสำคัญของแบรนด์ ทั้งในวันที่มีดราม่า หรือช่วงที่น้องได้รับกระแสไวรัล ทีมจึงเลือกโฟกัสกับพลังบวกจากแฟนคลับ มากกว่าการตอบโต้กระแสลบ

“ตอนแรกๆ เป็น system เหมือนใครจะมาคิวได้ประมาณ 100 คน แต่ว่าตอนนี้เราทำให้ System มันง่ายขึ้น ให้คนกดบัตรออนไลน์แล้วก็มาถ่ายรูป จะได้ไม่ต้องรอนาน” เบลล์ กล่าว

[ Storytelling สำคัญ พี่สาวเบียงก้าก็กำลังจะออกมาให้มัมหมีได้รู้จักเพิ่มขึ้น ]

และสิ่งที่ทำให้น้องหมีเนยต่างจากคาแรกเตอร์ทั่วไป คือแบรนด์ให้ความสำคัญกับ “Storytelling” มากกว่าการรีบขายสินค้า ทีมเชื่อว่าคนจะรักตัวละครได้ ต้องรู้จักนิสัย ตัวตน และเรื่องราวของเขาก่อน

ดังนั้นทุกครั้งก่อนออกสินค้าใหม่ หรือเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ ทีมจะพยายามเล่าเรื่องให้คนผูกพันกับตัวละครก่อนเสมอ เพราะเมื่อคนอินกับคาแรกเตอร์ สินค้าจะกลายเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของความรู้สึก มากกว่าแค่ของสะสม

แนวคิดนี้กำลังถูกใช้กับ “เบียงก้า” พี่สาวของน้องเนยที่เพิ่งเปิดตัวเช่นกัน โดยวางคาแรกเตอร์ให้แตกต่างจากน้องเนยชัดเจน เบียงก้าถูกเล่าว่าเป็นพี่สาวที่กลับมาจากจีน มีบุคลิกหวาน ขี้อาย ดูนิ่งกว่า และมีความเป็นสายแฟชั่นมากกว่า

เพื่อให้เวลาอยู่คู่กันแล้วเกิดเคมีที่แตกต่างและน่าติดตาม ซึ่งตอนนี้ทีมยังอยู่ในช่วง develop ให้คนดูรู้จักตัวตนของเบียงก้าก่อน โดยยังไม่รีบปล่อยสินค้าหรือรับงานพรีเซ็นเตอร์เต็มตัว แม้จะเริ่มมีแบรนด์แฟชั่นติดต่อเข้ามาแล้วก็ตาม

“พี่สาว (เบียงก้า) มีคาแรคเตอร์ที่ค่อนข้างชัดเจนที่ไม่เหมือนน้องเนย ก็จะเป็น สาวหวาน ขี้อายนิดหน่อยค่ะ ก็คิดว่าพอมาอยู่กับน้องเนยที่แบบที่เล่นสดใสแล้วก็น่าจะน่ารักดี” เบลล์ กล่าว

[ ปีนี้พัฒนาธุรกิจอาหารให้ไว อะไรเป็นกระแสต่างประเทศ รีบมาทำ ]

เบลล์ยังเล่าอีกว่า นอกจากฝั่งคาแรกเตอร์ วันนี้ธุรกิจที่โตเร็วมากของแบรนด์คือกลุ่ม F&B หลังจากเดิมที่โฟกัสสินค้า Merchandise เป็นหลัก ตอนนี้ทีมเริ่มขยายคนเข้ามาดูแลฝั่งอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะ เพื่อให้พัฒนาสินค้าได้เร็วขึ้นและทันกับกระแสผู้บริโภคที่เปลี่ยนตลอดเวลา

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการ “จับเทรนด์ให้ไว” หากเห็นว่าขนมหรือเมนูอะไรเริ่มเป็นกระแสในต่างประเทศ ทีมจะรีบพัฒนาออกมาให้คนไทยได้ลองเร็วที่สุด จนปัจจุบันแบรนด์มีสินค้ากลุ่มขนมมากกว่า 40 เมนูแล้ว และช่วงนี้เมนูที่กำลังได้รับความสนใจคือ Butter Tteok ที่กลายเป็นอีกไวรัลของร้าน

แม้ฝั่งธุรกิจอาหารจะเติบโตต่อเนื่อง แต่เบลล์ยอมรับว่าต้นทุนวัตถุดิบหลายอย่างก็ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะช็อกโกแลตนำเข้าจากยุโรปที่ราคาพุ่งขึ้นค่อนข้างมากตามสถานการณ์โลก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Coffee Beans by Dao ของครอบครัวก็ยังคงเดินหน้าต่อได้เรื่อยๆ และยังพยายามตรึงราคาอาหารไว้ แม้จะอยู่ในช่วงที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

อีกจุดที่สะท้อนวิธีคิดของแบรนด์ได้ชัด คือการ Collaboration เพราะทีมไม่ได้มองแค่เรื่องยอดขาย แต่พยายามเชื่อมคุณค่าทางใจ ของคาแรกเตอร์เข้ากับแบรนด์ต่างๆ เช่น การคอลแลบกับ GCAP GOLD ที่ถูกนิยามว่าเป็นการรวมกันระหว่างมูลค่าของทองคำกับคุณค่าทางจิตใจ ของน้องหมีเนยจนทำให้สินค้ากลายเป็นมากกว่าของสะสม แต่เป็น Emotional Value ที่แฟนคลับอยากเก็บไว้จริงๆ

[ ปี 2568 บริษัทดาราสาวรายได้ 577 ล้าน กำไร 217 ล้าน ]

ปัจจุบันฐานลูกค้าของน้องหมีเนยยังเป็นคนไทยประมาณ 80% แต่ที่เหลืออีก 20% เริ่มเป็นแฟนต่างชาติ โดยเฉพาะแฟนคลับชาวจีนที่เริ่มรู้จักน้องมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีคนพบเห็นน้องเนยในหลายเมืองของจีนแล้ว

สำหรับงบการเงินย้อนหลัง 3 ปีของ บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด

  • ปี 2566 รายได้ 7,441,961 บาท กำไร 276,340 บาท
    [* ปี 2567 รายได้ 544,872,207 บาท กำไร 212,049,309 บาท , * ปี 2568 รายได้ 577,704,748 บาท กำไร 217,022,062 บาท  ]

จากจุดเริ่มต้นที่อยากสร้างคาแรกเตอร์ไว้ฮีลใจคน วันนี้น้องหมีเนยกำลังค่อยๆ เติบโตเป็นจักรวาลคาแรกเตอร์ไทย ที่มีทั้งแฟนด้อม ธุรกิจ และ Soft Power อยู่ในตัวเอง ดาราสาวเก่งมาก!

งบการเงินจาก Corpus X

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...