โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพทย์เตือนรับประทานของร้อน “อาหาร-เครื่องดื่มร้อน” เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหาร 2.5 เท่า

WeR NEWS

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.หลี่ซือเสียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้ออกมาเปิดเผยว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลาติดต่อกันอย่างต่อเนื่องส่งผลเสียต่อหลอดอาหารมากกว่าที่หลายคนคิด โดยองค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิเกิน 65 องศาเซลเซียส เป็น “สารก่อมะเร็งที่อาจเป็นไปได้ระดับ 2A”

นพ.หลี่ซือเสียน เปิดเผยว่า งานวิจัยทางการแพทย์พบปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องดื่มร้อนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ไม่ได้อยู่ที่ชนิดของเครื่องดื่ม แต่อยู่ที่ “อุณหภูมิ” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยตรง พร้อมอธิบายต่อว่า เยื่อบุหลอดอาหารของมนุษย์มีความบอบบาง และไม่มีชั้นเมือกหนาปกป้องเหมือนกระเพาะอาหาร เมื่อของเหลวที่มีอุณหภูมิเกิน 65 องศาเซลเซียสเข้าสู่ร่างกายก็จะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารโดยตรง พร้อมชี้ด้วยว่า กลไกการอักเสบเรื้อรังนี้คล้ายกับกระบวนการสูบบุหรี่ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด คือ เมื่อเซลล์ถูกทำลายและซ่อมแซมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่ยีนจะเกิดการกลายพันธุ์ก็จะเพิ่มขึ้น และอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในที่สุด

ขณะที่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Cancer เมื่อปี 2025 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูลชีวภาพของสหราชอาณาจักร (UK Biobank) ยังระบุไปในทางเดียวกัน โดยย้ำว่างานวิจัยได้พบความเสี่ยงดังกล่าวอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่ม “ร้อนจัด” แม้จะดื่มไม่เกินวันละ 4 แก้ว ก็ยังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหารชนิดสความัสเซลล์สูงกว่าคนทั่วไปประมาณ 2.5 เท่า ส่วนผู้ที่ดื่มวันละ 4-6 แก้วขึ้นไป ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม ผลวิจัยดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อวัฒนธรรมการกินของชาวไต้หวัน เพราะคนจำนวนมากนิยมกินหม้อไฟ ดื่มชาชงสด และซดน้ำซุปร้อน ๆ ซึ่งมักมีอุณหภูมิสูงถึง 80-90 องศาเซลเซียส มากกว่าระดับเสี่ยงที่ 65 องศาอย่างชัดเจน

นพ.หลี่ซือเสียน กล่าวด้วยว่า จากประสบการณ์ในคลินิก พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยเชื่อมโยงพฤติกรรม “กินร้อน ดื่มร้อน” กับสุขภาพหลอดอาหาร เพราะความเสียหายจากความร้อนเป็นการสะสมแบบค่อยเป็นค่อยไป แตกต่างจากอาหารเผ็ดที่ทำให้เกิดอาการแสบทันที จึงมักถูกมองข้ามโดยไม่รู้ตัว เขายังเตือนว่า มะเร็งหลอดอาหารในระยะแรกแทบไม่มีอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากกว่าจะมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อเริ่มกลืนลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่มักเข้าสู่ระยะกลางหรือระยะลุกลามแล้ว

นพ.หลี่ซือเสียน ระบุด้วยว่า การป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้วิธีซับซ้อน หรือซื้ออาหารเสริมราคาแพง วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดและไม่เสียค่าใช้จ่าย คือการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ 4 ข้อ ได้แก่
1.ปล่อยให้อาหารหรือเครื่องดื่มร้อนจัดเย็นลงประมาณ 3-5 นาที ก่อนรับประทาน
2.ใช้ริมฝีปากทดสอบอุณหภูมิก่อน หากยังรู้สึกร้อนจัดไม่ควรดื่มทันที
3.เวลากินหม้อไฟ ควรตักอาหารใส่ถ้วยเล็กเพื่อช่วยระบายความร้อน ไม่ควรคีบจากหม้อเดือดเข้าปากทันที
4.ผู้ที่นิยมใช้หลอดดูดกาแฟหรือชาร้อน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหลอดดูดจะทำให้ของเหลวร้อนผ่านริมฝีปากโดยตรง และสัมผัสเยื่อบุหลอดอาหารลึกลงไปทันที โดยที่ร่างกายอาจไม่ทันรับรู้ถึงความร้อนดังกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...