โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DITTO ปั้น Blu Green Token ขายโทเคน BLU ระดมทุน 480 ล้าน ชูการันตีเงินต้นพร้อมผลตอบแทน 3% ต่อปี เตรียมเข้า Digital Asset Exchange ใน Q3/69

Wealthy Thai

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 11.17 น.

DITTO เดินหน้ายุทธศาสตร์ Green-Tech ผ่านบริษัทลูก “สยาม ทีซี เทคโนโลยี” ซึ่งเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน และพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตระดับพรีเมียมจาก Blue Carbon เป็นครั้งแรกของไทย
คุณฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต เกิดจาก บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) ซึ่งดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลนมาเป็นเวลานาน จนมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน และเห็นศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนที่สูงกว่าป่าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในหลายพื้นที่ DITTO ในฐานะบริษัทของคนไทยจึงมองว่าควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต ทำให้ปัจจุบัน STCT ได้รับสิทธิในการปลูกและดูแลพื้นที่ป่าชายเลนรวมกว่า 175,196.05 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี
บริษัทมองว่าโครงการดังกล่าวจะกลายเป็น New S-Curve ของ STCT ในอนาคต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตจะถูกนำกลับมาใช้ดูแลรักษาป่าชายเลน รวมถึงสร้างอาชีพให้คนในชุมชนผ่านการจ้างงานดูแลพื้นที่ป่า และโครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และชุมชนไปพร้อมกัน

ชูโมเดล Tokenization กระจายโอกาสลงทุนสู่รายย่อย

DITTO เตรียมเปิดตัวโครงการ Blue Carbon Token ภายใต้ชื่อเหรียญ “BLU” โดยเป็นการนำสิทธิในคาร์บอนเครดิตมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น
สำหรับโครงการอ้างอิงในการออกโทเคน บริษัทได้จัดสรรพื้นที่ป่าปลูกใหม่จำนวน 17,531.04 ไร่ ระยะเวลา 7 ปี จากพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1.7 แสนไร่ มาใช้รองรับการออกโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโครงการแรกของไทยที่มีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
โครงการดังกล่าวมีคาร์บอนเครดิตรองรับจำนวน 400,000 ตัน ขณะที่ศักยภาพการผลิตจริงจากพื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะสูงกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนภายในระยะเวลา 7 ปี ทำให้ STCT สามารถกันคาร์บอนเครดิตส่วนที่เหลือไว้เป็น Buffer รองรับกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือความเสี่ยงด้านปริมาณ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญด้านการบริหารความเสี่ยงของโครงการ
ในส่วนโครงสร้างการลงทุน DITTO เตรียมเสนอขายทั้งหมด 400 ล้านโทเคน ราคา 1.2 บาทต่อโทเคน คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวมประมาณ 480 ล้านบาท
ผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตในอนาคต หรือได้รับผลตอบแทนแบบทบต้นสะสม 3% ต่อปี พร้อมคืนเงินลงทุนเริ่มต้น หากผู้ออกโทเคนไม่สามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ ถือเป็นกลไก Downside Protection ที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้แบบ Unlimited Upside หากราคาคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

เจาะตลาด Blue Carbon ผ่านแนวคิด Green Token

นายชัยทัดกล่าวว่า สาเหตุที่ใช้ชื่อ Blu Green Token เนื่องจากคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนมีคุณสมบัติในการดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกกว่า 10 เท่า อีกทั้งยังช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศ และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น การสร้างอาชีพประมงพื้นบ้าน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรชายฝั่ง

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว คาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Blue Carbon ซึ่งถือเป็นคาร์บอนเครดิตระดับ Premium T-VER ที่มีศักยภาพในการซื้อขายในตลาดสากลและมีมูลค่าสูงกว่าคาร์บอนเครดิตจากป่าบกทั่วไป

ส่วนคำว่า Blu เป็นลูกเล่นด้านการตลาด ขณะที่ Green Token สะท้อนการเป็นโทเคนดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมองว่าผู้ลงทุนใน Blu Green Token ไม่เพียงแต่ได้รับโอกาสทางการเงิน แต่ยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

วางหมาก Green-Tech เชื่อม AI–Data–Cyber Security

DITTO ยังชูจุดแข็งในฐานะบริษัทเทคโนโลยี โดยนำองค์ความรู้ด้าน Data Management, AI และ Cyber Security เข้ามาผสานกับการบริหารจัดการป่าชายเลนและระบบคาร์บอนเครดิต เกิดเป็นโมเดล Green-Tech รูปแบบใหม่
บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางอย่าง Carbon Credit Officer เพื่อดูแลการบริหารตลาดและการเจรจาการค้าคาร์บอนเครดิตโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์คาร์บอนและสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือโทเคน

มองกฎหมาย Climate Change เป็นตัวเร่งดีมานด์คาร์บอนเครดิต

DITTO ประเมินว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการคาร์บอนเครดิตในภาคบังคับ หรือ Compliance Market เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะคาร์บอนเครดิตประเภท Blue Carbon ที่มีคุณภาพสูงและสามารถซื้อขายในระดับสากลได้
สำหรับ Blu Green Token บริษัทคาดว่าจะเปิดจองซื้อและเข้าจดทะเบียนซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งหากเข้าจดทะเบียนแล้ว นักลงทุนจะสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ นักลงทุนรายย่อยที่ไม่ได้เป็น High Net Worth จะสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
“โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโลก พร้อมเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาว โดยบริษัทใช้เวลาพัฒนาโครงการนี้นานกว่า 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีและข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในทุกมิติ” คุณฐกร กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...