โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แจ้งความมา 4 เดือนยังนิ่ง คดีซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(27 มิ.ย. 69) ความคืบหน้ากรณีศาลจังหวัดสตูลอนุมัติออกหมายจับรวด 3 หมาย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอควนกาหลง ในข้อหาฉ้อโกงปมเรียกรับเงินแสนแลกสิทธิสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้

.

ล่าสุดวันนี้ ผู้เสียหายชาวอำเภอละงู จังหวัดสตูล ได้หอบหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว เพื่อสะท้อนถึง "ความล่าช้าอย่างมีเงื่อนงำ" ของกระบวนการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเปิดเผยว่า ตนเองได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรละงู ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 69 หลังจากรู้ตัวว่าถูกกลุ่มขบวนการดังกล่าวหลอกลวงจนสูญเงินไปสูงถึง 700,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้เวลาล่วงเลยมานานถึง 4 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ จากทางโรงพัก

.

ผู้เสียหายรายนี้ระบุว่า ในตอนแรกกลุ่มผู้ต้องหาเรียกเงินจำนวน 500,000 บาท ก่อนจะมาขอเพิ่มอีก 200,000 บาท โดยอ้างว่า "ตำแหน่งบรรจุของจังหวัดสตูลมีราคาสูง" และมีการแสดงพฤติกรรมแอบอ้างว่าสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลในจังหวัดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนตนหลงเชื่อจ่ายเงินไป แต่สุดท้ายก่อนวันสอบกลับระลึกได้ว่าส่อแววถูกหลอก จึงได้นัดเจรจาขอเงินคืน แต่ฝั่งผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงอ้างว่า "ส่งเงินไปให้ข้างบนหมดแล้ว"

.

แหล่งข่าวรายเดิมยังแฉอีกว่า ขบวนการนี้มีผู้เสียหายในพื้นที่ อ.ละงู ที่รวบรวมความกล้าเข้าแจ้งความแล้วถึง 9 คดี และยังมีเหยื่ออีกจำนวนมากที่ไม่กล้าปรากฏตัวเพราะความอับอายและหวาดกลัวต่ออิทธิพลของผู้ต้องหา

.

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เสียหายได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของพนักงานสอบสวน สภ.ละงู ที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอิทธิพล เนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา คดีไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติ เมื่อไปทวงถามความคืบหน้าจากร้อยเวรเจ้าของคดี มักได้รับคำตอบบ่ายเบี่ยงอ้างว่ากำลังเตรียมส่งฟ้องอัยการ แต่เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบกลับพบข้อพิรุธว่า อาจยังไม่มีการลงระบบรับเป็นคดีอาญาอย่างถูกต้อง หรือมีการ "ตัดเลขคดี" ออกไป เพื่อไม่ให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนปกติ ซึ่งถือเป็นการเตะถ่วงเวลาเพื่อให้ผู้ต้องหามาเจรจาไกล่เกลี่ยและผิดนัดไปเรื่อยๆ หรือไม่

.

จากความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้สังคมและกลุ่มผู้เสียหายเริ่มขาดความเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาของตำรวจท้องที่ และตั้งคำถามว่า เหตุใดคดีที่มีมูลความเสียหายชัดเจนและมีผู้เดือดร้อนจำนวนมากขนาดนี้ ถึงถูกแช่แข็งไว้ที่สถานีตำรวจภูธรละงู จึงเรียกร้องให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และหน่วยงานตรวจสอบระดับสูง ลงมาจี้สอบสวนการทำงานของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีโดยด่วน เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของกระบวนการยุติธรรมและให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...