โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดไทม์ไลน์ ‘องอาจ’ พ่อทิพย์ จดทะเบียนสมรส-เซ็นรับรองลูก 2 ครั้ง อ้างได้เงินชดเชยครั้งละ 2 พัน

เดลินิวส์

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.35 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“องอาจ” ผู้ต้องหา “พ่อทิพย์” ยอมรับเซ็นรับรองบุตร 2 ครั้ง แต่ยืนยันไม่ใช่พ่อเด็ก ได้รับเพียงเงินชดเชยค่าเสียเวลาครั้งละ 2,000 บาท พร้อมกล่าวขอโทษสังคม ลูกสาวเผยพ่อรู้จักหญิงชาวจีนผ่านภรรยาใหม่ ก่อนจดทะเบียนสมรสเมื่อกว่า 10 ปีก่อน

ความคืบหน้าคดีปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" กวาดล้างเครือข่ายรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างด้าว เพื่อให้ได้สัญชาติไทย ซึ่งตำรวจร่วมกับหลายหน่วยงานจับกุมผู้ต้องหารวมหลายสิบรายนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ สน.บางยี่เรือ ลูกสาวของนายองอาจ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "พ่อทิพย์" ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบิดา พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ลูกสาวระบุว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน หลังจากบิดามีภรรยาใหม่ซึ่งทำงานอยู่ย่านสำเพ็ง ภรรยาคนดังกล่าวได้แนะนำให้รู้จักหญิงชาวจีนชื่อ "หลี่เหย่น เจิ้ง" ก่อนที่บิดาจะไปลงนามจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีน โดยในขณะนั้นเธอยังเด็ก จึงไม่ทราบเหตุผลของการจดทะเบียน

ภายหลังเมื่อสอบถาม บิดาอ้างว่าไม่เข้าใจรายละเอียดของเอกสาร และเป็นภรรยาใหม่ที่พาไปดำเนินการ จึงลงลายมือชื่อโดยไม่ทราบว่ามีเอกสารอื่นรวมถึงการรับรองบุตรหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทหลังการลงนาม ขณะที่ในช่วงเวลานั้นหญิงชาวจีนยังไม่ได้ตั้งครรภ์ และต่อมาทั้งสองได้หย่าขาดจากกัน โดยครอบครัวไม่ทราบสาเหตุ

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายองอาจ ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าตัวยอมรับว่า ยินยอมจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีน เพราะเป็นเพื่อนของแฟนในขณะนั้น และได้รับการขอความช่วยเหลือให้จดทะเบียนเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าไม่ได้รับค่าจ้างจากการจดทะเบียนสมรส

นายองอาจ ยังยอมรับว่า หลังจากหย่ากับหญิงชาวจีนได้ประมาณ 5 ปี ญาติของฝ่ายหญิงได้ติดต่อขอให้ลงนามรับรองบุตร เนื่องจากไม่มีผู้รับรอง โดยเด็กทั้งสองคนเป็นบุตรของหญิงชาวจีนกับชายชาวจีน ไม่ใช่บุตรของตนเอง ซึ่งได้ลงนามรับรองบุตรรวม 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2-3 ปี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผ่านการประสานงานของบุคคลที่สาม

อย่างไรก็ตาม นายองอาจ ยืนยันว่า ไม่ได้รับค่าจ้างจากการเซ็นรับรองบุตร แต่ได้รับเพียงเงินสดครั้งละ 2,000 บาท เพื่อชดเชยค่าเสียเวลาจากการหยุดขับรถแท็กซี่และค่าเช่ารถ พร้อมระบุว่าไม่รู้จักกลุ่มชาวจีนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว และไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับหญิงชาวจีน

นายองอาจ กล่าวขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ และเชื่อว่าลูกสาวคงผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ที่ผ่านมาไม่เคยปิดบังเรื่องดังกล่าวกับคนในครอบครัวก็ตาม

คดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกรมการปกครอง สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ปปง. ขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ชาวจีน ก่อนพบขบวนการรับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตร เพื่อให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...