‘เบสท์ รักษ์วนีย์’ ตอกคอมเมนต์อกตัญญู ลั่นดูแลพ่อแม่ขนาดนี้ถ้าหนูแย่คนอื่นเรียกว่าอะไร?
ยืนหนึ่งในตำแหน่งสาวสตรองที่ขยับตัวทำอะไรก็มักจะเจอพายุข่าวลือและกระแสดราม่าวิ่งเข้าใส่ตลอดเวลา สำหรับอินฟลูเอนเซอร์และนางเอกสาวตาโต“เบสท์-รักษ์วนีย์ คำสิงห์” ที่ล่าสุดเพิ่งมีประเด็นคนตีความผิดคิดว่าจะทิ้งประเทศย้ายถิ่นฐานถาวร หลังจากประกาศแพลนเตรียมบินไปเรียนต่อภาษาที่ประเทศมาเลเซีย
ล่าสุด เบสท์ คำสิงห์ เดินทางมาร่วมงานอีเวนต์ใหญ่ "ตื่นเถิดชาวไทยThaimart เปิดเวทีรวมพลังผู้ประกอบการไทยประกาศอิสรภาพทางE-Commerce" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมเปิดใจเคลียร์ทุกดราม่าร้อนแบบม้วนเดียวจบ
ประเด็นแรกที่คนให้ความสนใจกับการหลั่งน้ำตาในรายการ Club Friday Show ต่อหน้าคุณพ่อ สมรักษ์ คำสิงห์ นั้น เจ้าตัวรีบชี้แจงทันที
"หนูร้องไห้ต่อหน้าพ่อเหรอคะ ไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้าพ่อ ร้องเพราะคำถาม บังเอิญพ่ออยู่ตรงนั้นพอดี คือบางทีเราก็อยู่สดใสของเราอยู่ดี ๆ จนมีคนหนึ่งมาถาม คือหนูก็ไม่ได้เป็นไร หนูก็เฮฮาอย่างนี้ พอมีคนหนึ่งมาถามว่า การเป็น the แบก เป็นยังไงก็เหมือนบิวท์เรา เราก็จะร้องไห้ด้วยสถานการณ์ตอนนั้นผู้ใหญ่ถามด้วย เขาถามแบบเจาะลึกด้วย มันก็ต้องมีบ้าง น้ำตาคงน้ำตาคลอ"
(เบสท์คิดยังไงกับคำว่า "The แบก" สำหรับตัวเองในตอนนี้?) "ก็น่าจะแบกกันหมด ถ้าเรื่องอกตัญญูหนูไม่ได้รู้สึกอะไรนะ เพราะว่า ถ้าหนูอกตัญญู คนหลาย ๆ คนที่ไม่ดูแลพ่อแม่จะเรียกว่าอะไร นี่ก็แบบที่สุดแล้ว ทุก ๆ ดราม่าบางทีหนูก็โดนชาวเน็ตว่า หนูก็นั่งทบทวนกับตัวเองนะ แต่ว่าหนูก็รู้สึกว่าถ้าเกิดว่าเราเป็นอย่างงั้นจริง ๆ คนที่แบบไม่ดูแลพ่อแม่จะต้องเรียกว่าอะไร ถ้าเราแบบดูแลพ่อแม่ขนาดนี้ ดูแลครอบครัวขนาดนี้ เรายังโดนว่า งั้นเราก็ไม่ต้องอ่านแล้วแหละคอมเมนต์ ก็คุยกับตัวเองหน้ากระจกว่า เรามันเก่งที่สุดละ"
"คุณพ่อไม่ตกใจหรอกค่ะ หนูร้องไห้ง่ายนะ ไม่งั้นหนูจะเล่นละครตามหาพ่อแม่อย่างเดียวเหรอ แต่มันละครไง หนูไม่อยากอ่อนแอ หนูไม่อยากพ่ายแพ้ชาวเน็ตเฉย ๆ หนูไม่อยากให้คำด่ามันมาทำให้หนูแพ้เฉย หนูก็เลยทำเป็นเก่งต่อหน้าสื่อเฉย ๆ แต่ที่จริงแล้วก็อ่อนไหว กลับบ้านหนูร้องไห้ แต่หนูจะไม่ร้องไห้ตรงนี้หรอกนะ เพราะว่าหนูรู้ว่าคนคอมเมนต์เขารออยู่"
(เหมือนไม่ว่าเบสท์จะทำอะไรก็โดนดราม่าตลอดเลย?) "หนูทำอะไรก็โดนอยู่แล้ว คือเรื่องพ่อกับเรื่องพ่อแม่ก็โดน เรื่องทำงานก็โดน เล่นละครก็โดน ไปเรียนก็โดน สวยก็โดน คือคนบอกไม่สวยก็งงเหมือนกัน ก็ส่องกระจกแล้วนะเมื่อเช้า ก็สวยไม่งั้นได้เดินออกมาเหรอคะ ไม่งั้นจะมีงานจ้างเหรอคะ ไม่งั้นจะมีตังค์ไปเรียนต่างประเทศเหรอคะ น้ำหนักก็ไม่ได้ถึง 50 ก็สวยดีแล้ว ผิวขาว ไปเรียนก็ด่า ก็ให้โอกาสหนูใช้ชีวิตหน่อยค่ะ"
"เรื่องรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อล่ะ รถคันเก่าก็คือขับมา 5 ปีแล้วเนาะ ก็แค่อยากเปลี่ยน ไม่มีอะไรง่าย ๆ เลย ไม่ได้เป็นของขวัญอะไร ก็คืออยู่ ๆ ก็อยากเปลี่ยนเหมือนกัน แบบเหมือนเป็นคนแบบอยู่ ๆ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ได้เป็นคนวางแผนชีวิต แค่ว่าตื่นขึ้นมาวันนี้แล้วอยากทำก็ทำ รถก็คืออยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนแค่นั้นเอง ก็ใช้งานมานานด้วยเนาะ"
ขอบคุณภาพจาก:bestkamsing