โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลื่นเลย์ออฟ! "Microsoft" เลิกจ้างอีก 4,800 คน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Microsoft ร่วมวงคลื่นเลย์ออฟบริษัทเทคโนโลยี ประกาศลดพนักงานราว 4,800 ตำแหน่ง

Microsoft (ไมโครซอฟท์) กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่ประกาศลดพนักงานครั้งใหญ่ ท่ามกลางกระแสการปรับลดกำลังคนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

บริษัทผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ประกาศลดพนักงานประมาณร้อยละ 2.1 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด หรือราว 4,800 ตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างหนัก โดยเม็ดเงินลงทุนรวมของบิ๊กเทคในปีนี้ คาดว่าจะทะลุ 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 25 ล้านล้านบาท การลงทุนขนาดใหญ่ดังกล่าวทำให้นักลงทุนกดดันบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น ว่าจะสร้างผลตอบแทนจาก AI ได้จริงแค่ไหน และจะบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไร

ก่อนหน้านี้ แอมะซอน และเมตา แพลตฟอร์มส์ ก็ได้ประกาศลดพนักงานหลายพันตำแหน่งในปีนี้ สะท้อนว่าคลื่นเลย์ออฟในภาคเทคโนโลยียังไม่จบ แม้หลายบริษัทจะยังมีกำไรสูง แต่ต้องเร่งปรับองค์กรให้คล่องตัวขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรง

สำหรับไมโครซอฟท์ การประกาศลดพนักงานครั้งนี้มีขึ้นหลังจากบริษัทเผชิญแรงกดดันในตลาดหุ้น โดยราคาหุ้นร่วงลงเกือบร้อยละ 23 ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 ถือเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ ยังได้เสนอแพ็กเกจสมัครใจลาออกให้พนักงานในสหรัฐฯ ประมาณ ร้อยละ 7 หรือราว 9,000 คน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่บริษัทมักปรับลดตำแหน่งงานในช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณเดือนมิถุนายน เพื่อวางแผนงบประมาณสำหรับปีใหม่

แม้ความต้องการใช้งาน AI จะช่วยผลักดันธุรกิจคลาวด์ Azure ของไมโครซอฟท์ให้เติบโต โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทเป็นผู้จำหน่ายโมเดลของ OpenAI แต่ต้นทุนการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับบริการเหล่านี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเริ่มกดดันกระแสเงินสดของบริษัท

ไมโครซอฟท์ คาดว่าจะรายงานผลประกอบการในช่วงปลายเดือนนี้ ก่อนหน้านี้บริษัทเคยคาดการณ์ยอดขาย Azure ไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทประเมินไว้ แต่ในเวลาเดียวกันก็เปิดเผยแผนใช้จ่ายสำหรับปี 2026 สูงถึง 190,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.9 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้อย่างมาก

แรงกดดันยังไม่ได้อยู่แค่ธุรกิจคลาวด์เท่านั้น เพราะเครื่องมือ AI ที่สามารถทำงานธุรกิจแบบซ้ำ ๆ ได้อัตโนมัติมากขึ้น กำลังกลายเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจซอฟต์แวร์หลักของไมโครซอฟท์ ขณะเดียวกัน ราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นจากความต้องการของศูนย์ข้อมูล ยังทำให้บริษัทต้องปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม Xbox ในช่วงที่ดีมานด์ของคอนโซลอ่อนตัวอยู่แล้ว

ธุรกิจเกมของไมโครซอฟท์จึงถูกจับตาอย่างหนัก หลังผู้บริหารคนใหม่ของฝ่ายเกมระบุว่า ธุรกิจนี้จำเป็นต้องรีเซ็ตใหม่ เนื่องจากอัตรากำไรลดลงเหลือเพียงร้อยละ 3 และอาจต้องปรับโครงสร้าง รวมถึงพิจารณาดีลควบรวมกิจการในอนาคต

รายงานจากสื่อด้านเทคโนโลยียังระบุว่า ไมโครซอฟท์กำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับหน่วยธุรกิจ Xbox ไม่ว่าจะเป็นการแยกธุรกิจออกมา หรือปรับโครงสร้างให้เป็นบริษัทย่อยที่ไมโครซอฟท์ถือหุ้นทั้งหมด

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค AI ที่แม้จะเป็นโอกาสการเติบโตครั้งสำคัญ แต่ก็มาพร้อมต้นทุนมหาศาล แรงกดดันจากนักลงทุน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานครั้งใหญ่ บริษัทเทคโนโลยีจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่ใครพัฒนา AI ได้เร็วกว่า แต่ยังต้องพิสูจน์ว่า AI จะสร้างกำไรได้จริง โดยไม่ทำให้ต้นทุนบานปลายเกินควบคุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...