โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ท่ามกลางกระแสการปรับเปลี่ยนนโยบายกัญชาให้สอดรับกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่เน้นเพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ “เสี่ยเม้ง”-วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ขานรับแนวทางของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อย่างแข็งขัน โดยประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดในการกวาดล้างร้านขายกัญชาเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต หรือร้านที่แอบอ้างใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์เพื่อการสันทนาการ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ฉวยโอกาสที่สร้างปัญหาให้กับเยาวชนและสังคมไทย

ความน่าสนใจของมาตรการนี้อยู่ที่การสนับสนุนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นอิสระ ปราศจากการเกรงใจผู้มีอำนาจหรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง

โดยมุ่งเน้นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการเป็นสำคัญ หากผลการศึกษาชี้ชัดว่ากัญชาสร้างปัญหาสังคมมากกว่าประโยชน์ รัฐบาลพร้อมที่จะดึงกลับไปเป็นยาเสพติดเพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

ซึ่งในทางปฏิบัติ กมธ.ตำรวจฯ ควรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและชี้เป้าการกระทำผิดอย่างจริงจัง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการ

โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการลักลอบเปิดร้าน "สายเขียว" เพื่อการสันทนาการและมั่วสุมเป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่เชือดไก่ให้ลิงดูในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลว่าการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ทำจริงและไร้ข้อยกเว้นอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงเศรษฐกิจ คือการที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารโดยตรงกับประชาชน

การเปิดพื้นที่ออนไลน์ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการอธิบายทิศทางนโยบายเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการคลัง งบประมาณ และการลงทุน ให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงสาธารณะ ตลอดจนใช้เป็นช่องทางรับฟังปัญหาเพื่อนำมาปรับจูนแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติทางการเมือง แม้ปัจจุบันชื่อของ เอกนิติ อาจจะยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตัวย่อ “ศ” ที่ถูกจับตาในฐานะผู้จะมาแทนที่ อนุทิน ในช่วงเวลาปัจจุบัน เพราะแคนดิเดตของพรรค คือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ

แต่ความโดดเด่นในฐานะนักบริหารเศรษฐกิจที่มีแนวคิดทันสมัยและการวางยุทธศาสตร์ 5 T (Target, Transition, Transform, Transparency, Together) ในช่วงวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าเขาคือ ตัวเลือก ที่น่าสนใจ หากในอนาคตพรรคภูมิใจไทยต้องการขุนพลสายเศรษฐกิจที่มีความพร้อมและเป็นที่ยอมรับ เอกนิติ ย่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการขยับขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในสมัยหน้าได้อย่างสง่างามและมีต้นทุนทางสังคมที่แข็งแกร่ง

ปิดท้ายด้วยประเด็นการเมืองภายในกระทรวงคมนาคม กรณีการลาออกของ รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม จากกระแสข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งปมประเด็นส่วนตัว และอาจเกี่ยวข้องกับทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงจุดยืนที่น่าชื่นชมด้วยการประกาศ “ไม่ตั้งใครแทน” และยืนยันว่าได้ยับยั้งใบลาออก แต่สุดท้ายก็อนุมัติให้ออก และปล่อยให้เจ้าตัวเดินหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม อาจเป็นทางออกที่ดีและแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่ายในเวลานี้ เพราะเปิดโอกาสให้ข้าราชการการเมืองที่มี “ตำหนิ” หรือมีข้อครหาได้เคลียร์ตัวเอง และยังช่วยลดแรงกระแทกทางการเมืองมาที่เจ้านายอีกด้วย แม้คนอย่าง รองฯ พิพัฒน์ ไม่กลัวทัวร์ลงอยู่แล้วก็ตาม.

เสือดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...