โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สภาพัฒน์" ชี้งบปี 2570 ถูกบีบ งบประจำ-หนี้พุ่ง กดงบลงทุนลด 7% แต่ยังโตได้จากงบรัฐวิสาหกิจ-งบฉุกเฉิน

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

“สภาพัฒน์”รับการจัดทำงบประมาณปี 2570 เจอข้อจำกัดหนัก เหตุงบประจำ-ชำระหนี้พุ่งสูงเบียดพื้นที่งบลงทุน ทำภาพรวมงบลงทุนลดลงจากปีก่อน 7% แต่ย้ำยังเกาะกรอบกฎหมายไม่ต่ำกว่า 20% ชูเม็ดเงินรัฐวิสาหกิจ 2 แสนล้าน และงบกลางฉุกเฉินรับมือภัยแล้ง-น้ำท่วม-วิกฤตตะวันออกกลาง เป็นแรงหนุนสำคัญดันเศรษฐกิจโตตามเป้า

วันที่ 30 มิ.ย.69 เวลา 12.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณและแผนการเงินภาครัฐในปี 2570 ว่าการจัดทำงบประมาณในปี 2570 มีข้อจำกัดเนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปใช้ในงบประมาณประจำ และมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยเงินคงคลัง และชำระหนี้คงค้าง แต่อย่างไรก็ตามการจัดสรรงบลงทุนยังคงเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่าย แม้ภาพรวมงบลงทุนในตัวงบประมาณจะลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 7% แต่ยังมีเม็ดเงินลงทุนจากรัฐวิสาหกิจอีกกว่า 2 แสนล้านบาทเข้ามาช่วยสนับสนุน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดสรรงบกลางไว้รองรับกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เช่น การบริหารจัดการภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงการเตรียมงบประมาณราว 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งหากมีการนำงบส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่เข้าลักษณะการลงทุน ก็จะช่วยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนให้สูงขึ้นได้ในภายหลังได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการให้ความสำคัญกับงบประมาณบูรณาการเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในปีนี้มีการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป

“การจัดทำงบประมาณในปีนี้แม้ว่าการจัดสรรงบลงทุนในสัดส่วนของงบประมาณจะลดลง แต่ยังอยู่ในกรอบตามกฎหมายงบประมาณที่กำหนดไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 20% ของสัดส่วนงบประมาณรวม ทั้งนี้การลงทุนโดยรวมรัฐบาลสามารถเร่งรัดการลงทุนโดยเร่งให้รัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนเดินหน้าโครงการลงทุนต่างๆตามแผนที่มีเม็ดเงินกว่า 2 แสนล้านบาท รวมทั้งงบกลางฯที่มีการตั้งไว้รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและจำเป็น สามารถทำโครงการในลักษณะการสนับสนุนการลงทุนได้ ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลยังมีเม็ดเงินที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามแผนที่วางไว้” นายดนุชา กล่าว

เมื่อถามว่าการที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังได้แถลงว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ต่อจีดีพี ภายในปี 2572 รัฐบาลต้องเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไรเพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย นายดนุชากล่าวว่าเป้าหมายดังกล่าวอยู่ในแผนการคลังระยะปานกลางของประเทศ ซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินหน้าตามแผนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

โดยความเป็นไปได้ของเป้าหมายดังกล่าวขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจหากเศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ดีจากการลงทุนของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย ก็จะช่วยให้การบริหารจัดการทางการเงินและการลดการขาดดุลทำได้ง่ายขึ้นเนื่องจากจีดีพีขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้การลงทุนของภาคเอกชนเป็นตัวนำ

เลขาธิการสภาพัฒน์ยังได้กล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยรวมว่าปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจำ โดยเฉพาะสวัสดิการและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรมีสัดส่วนที่สูงมากและขยายตัวต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบและไปเบียดบังพื้นที่ของงบลงทุน ดังนั้นในระยะต่อไปจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับปรุงระบบสวัสดิการ เช่น ระบบประกันสุขภาพ เพื่อลดภาระงบประมาณส่วนนี้ลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น

เมื่อถามว่าในการจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในระดับพื้นที่ที่ในปีงบประมาณนี้ลดลงเหลือประมาณ 4.2 พันล้านบาท จากเดิมประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท นายดนุชาระบุว่ารัฐบาลมีนโยบายปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณจังหวัด โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาชีพและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานส่วนกลาง (Function) โดยมีการกำหนดกรอบวงเงินงบจังหวัดไว้ไม่เกิน 20% ของกรอบเดิม เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณมีความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้กรอบงบประมาณที่มีจำกัด

#สภาพัฒน์ #งบประมาณ2570 #งบลงทุน #เศรษฐกิจไทย #งบรัฐวิสาหกิจ #งบกลาง #ภัยแล้ง #น้ำท่วม #ตะวันออกกลาง #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...