แพ้คู่ "ผู้ว่าฯ กทม.-นายกฯพัทยา" ซ้ำรอยหน 2 ปี 65 ค่ายสีส้ม
แพ้ยับทั้งเลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพ และนายกฯ เมืองพัทยา สำหรับพรรคประชาชน เหตุจากปัจจัยคล้ายคลึงกัน คือสู้กับ "แชมป์เก่า"ที่มีผลงานปรากฏให้เห็นจนรับรู้ได้ จากคนในพื้นที่ ทำให้ยังมั่นใจในคนเดิม ดีกว่าจะเปลี่ยนใหม่
สำหรับผู้ว่าฯ กรุงเทพค่ายส้ม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ถือเป็นการวางยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น เพราะ ดร.โจ เป็นนักวิชาการ สไตล์การพูดหรือหาเสียง เป็นแบบนักวิชาการ 100% แตกต่างจากสไตล์นักการเมืองอาชีพที่เก๋าเกมกว่า อย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือติ่ง-มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่มีเสียงตอบรับที่ดีกว่า
อาจเป็นเพราะ พรรคหาตัวผู้สมัครตามสเปกที่คาดหวังไม่ได้ ดังที่มีข่าววงในทาบทามหลายคน รวมทั้งนายชัชชาติ เมื่อเปิดตัวก็ค่อนข้างช้า ทั้งเปิดแล้วไม่ปัง แม้จะเป็นช่วงที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เปิดประเด็น "ระบอบสีน้ำเงิน" หวังปลุกกระแสดึงคะแนนจากคนที่ไม่ชอบรัฐบาล
พร้อมปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ อาทิ ดึง ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการ มธ. เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ แต่กลายเป็นทัวร์ลง สร้างความกังขาให้กับ "ด้อมส้ม" แทน
การลงพื้นที่ช่วยหาเสียงของแกนนำพรรค รวมทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกมองว่าไม่เข้มข้นต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็น อาจเพราะรู้ว่าโอกาสพลิกยาก นอกจากนี้ ยังพยายามใช้ยุทธวิธีสื่อใหม่ และผ่านโซเชียล ที่พรรคสีส้มได้ชื่อว่าถนัดที่สุด แต่กลับเพิ่มความสับสน ว่าจะใช้ยุทธศาสตร์ไหนกันแน่
ดร.โจ ยังถูกมองว่า คนละระดับกับคู่แข่ง แม้แต่กับ "ติ่ง-มัลลิกา" ฉะนั้น กับ นายชัชชาติ แทบไม่ต้องพูดถึง เป็น "เบอร์" ใหญ่กว่า ผ่านการเมืองระดับชาติ ก่อนจะทำงานระดับท้องถิ่น แต่เป็นท้องถิ่นใหญ่อย่างกรุงเทพฯ
ทำงานมา 4 ปี ขับเคลื่อนแผนงานกว่า 200 โครงการ แม้จะเป็นแบบ "เส้นเลือดฝอย" แต่มีกระจายในพื้นที่ และโดนใจผู้คน สัมผัสได้
ขณะที่เรื่องแคมเปญ "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ" ถูกมองว่าเป็นเชิงอุดมการณ์ เลื่อนลอยเกินไปสำหรับคนกรุงเทพฯ เพราะในโลกความจริง คนกรุงเทพฯ ก็อยากเห็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาปากท้องใกล้ตัว เป็นสำคัญก่อน
ประกอบกับเป็นช่วงขาลงของพรรค ต่อเนื่องจากเลือกตั้งใหญ่ระดับชาติ เคยได้ สส.141 คน กลับลดเหลือ 118 ที่นั่ง มิหนำซ้ำ สส. เขตที่ใกล้ชิดกับประชาชนกว่า เหลือเพียง 87 คน ทั้งเจอกับปัญหาภายในพรรค เกิดความเห็นต่างเรื่องอุดมการณ์ทำงานการเมือง ที่ระดับผู้นำชุดแรกอย่าง รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ยังต้องลงมาเล่นเอง ทั้งยังมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติของ สส. และผู้สมัครในพรรค ล่าสุดมีโดนกรณี "ฟอเร็กซ์" หรือการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ที่กำลังเป็นปมร้อน แม้แต่คนในพรรคอย่าง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ยังส่งสัญญาณข้อกังขา
นอกจากนี้ ปัจจัยการเลือก สส. กับเลือก ส.ก. ของคนกรุงเทพฯ แต่ไหนแต่ไรมา มักไม่สอดคล้องในทางเดียวกัน เพราะระดับท้องถิ่น มักเลือกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เพื่อคอยตรวจสอบการทำงานเสียมากกว่า
ทำให้ แม้จะเห็น สส.ทั้ง 33 คนลงช่วยผู้สมัคร ส.ก. แทบจะประกบตัวตัวต่อ แต่ผลลัพธ์กลับได้เพียง 22 คน จาก 50 เขตกรุงเทพฯ
อีกทั้งแม้จะปรากฏว่า ส.ก. คนเก่าที่ลงพรรคส้ม จะสอบได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นที่ไม่ลง หรือย้ายไปอยู่กลุ่มหรือพรรคอื่น แต่ในอีกมุมหนึ่ง สามารถมองได้เช่นกันว่า "ด้อมส้ม" ต้องการบล็อกบทบาท ส.ก. เอาไว้ ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบ มากกว่าจะไปเป็นฝ่ายบริหาร
หากพรรคประกาศชัดเจนอย่างแน่วแน่ จะอาสาทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานและการใช้เงินงบประมาณของผู้ว่าฯ และการบริหารกรุงเทพฯ อย่างเข้มข้น อาจทำให้มีเสียงตอบรับมากกว่านี้
แต่กลับแสดงท่าที จะหนุนช่วยให้การทำงานระหว่างสภา กทม. กับผู้ว่าฯ ราบรื่นได้ไร้รอยต่อ
ส่วนเรื่องเลือกนายกเมืองพัทยา พรรคส้มก็มีข้อจำกัด เจอปัญหาคล้ายกับกรุงเทพฯ คือต้องเจอกับแชมป์เก่า อย่างนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ทายาทนายจรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต สส.หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีช่วย สธ. และเจ้าหน้าที่สังกัดอื่น สาธารณสุข ที่เป็นคนในสังกัดบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" มาตั้งแต่สมัย "กำนันเป๊าะ" นายสมชาย คุณปลื้ม
นายปรเมศร์ เข้ามารับช่วงต่อจาก 2 ทายาทบ้านใหญ่ชลบุรี ทั้งนายสนธยา คุณปลื้ม และนายอิทธิพล คุณปลื้ม มีผลงานที่คนในเมืองพัทยาสัมผัสได้ในรอบ 4 ปีที่เขาอยู่ในตำแหน่ง ขณะที่ความต้องการของคนเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ คือการเดินหน้าด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาปากท้อง มากกว่าอุดมการณ์การเมืองระดับชาติ
ส่วนพรรคประชาชน มีเปลี่ยนตัวผู้สมัครนายกฯ จากเดิม ดร.เอิง น.ส.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ หลังทัวร์ลง กรณียอดผู้ติดตาม แอปพลิเคชันว่าเป็นการปั่นและเป็นคนต่างชาติ เปลี่ยนเป็น "เจ๊กวัฒน์" นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร น้องชายอดีตนายกฯ เมืองพัทยา ปี 47 หลังจากปี 65 พรรคประชาชนก็ส่งพี่ชาย "เจ๊กวัฒน์" ลงชิงนายกฯ และแพ้นายปรเมศวร์มาแล้ว
"เจ๊กวัฒน์" ถือเป็นคนบ้านใหญ่เช่นกัน ซึ่งอาจทำให้สาวก "ด้อมส้ม" ส่วนหนึ่ง อาจเห็นว่าขัดแย้งกับแนวทางคัดเลือกผู้สมัครของพรรคตั้งแต่แรก จึงเปลี่ยนใจไม่ให้การสนับสนุน
ไม่เพียงแพ้ชิงนายกฯ เมืองพัทยาเกือบเท่าตัว แต่ทีมนายกฯ เบียร์ ยังกวาด ส.ม. หรือ สมาชิกสภาเมืองพัทยาแบบยกทีม 24 คน ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชน สอบตกยกชุด
สะท้อนบารมี "บ้านใหญ่" คุณปลื้ม ของจริง ว่าพื้นที่เมืองพัทยา ยังให้การยอมรับ และเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับคนอื่นหรือพรรคอื่น
อีกบทเรียนสำคัญ ที่พรรคประชาชนต้องกล้าสรุปบทเรียนอย่างจริงจัง
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
งานท้าทาย "ชัชชาติ" สมัย 2 พรรคส้มลุ้นจอง ปธ.สภา กทม.
"ชัชชาติ" ชนะผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ทุบสถิติคะแนนเสียงเกินล้านมากสุดในทำเนียบผู้ว่าฯ
"ปชน." ยินดี "ชัชชาติ" นั่งผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 หวังดันนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง