“ผู้นำนาโต” เรียกประชุมที่อังการา ท่ามกลางทรัมป์จุดชนวนข้อพิพาทอิหร่าน-กรีนแลนด์อีกครั้ง
"ผู้นำนาโต" เรียกประชุมที่อังการา หลังผู้นำสหรัฐกลับมาวิจารณ์ยุโรปในประเด็นสงครามอิหร่านและกรีนแลนด์ พร้อมส่งสัญญาณอาจถอนทหารออกจากยุโรปเพิ่มเติม
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าผู้นำชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) จากยุโรป เตรียมใช้การประชุมสุดยอดที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันพุธ เพื่อโน้มน้าวให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันความมุ่งมั่นของสหรัฐต่อพันธมิตรทางทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งจากประเด็นสงครามอิหร่านและข้อเสนอให้สหรัฐเข้าควบคุมกรีนแลนด์
หลังเดินทางถึงกรุงอังการาเมื่อวันอังคาร ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หากไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดี เรเจป เทย์ยิป แอร์โดอัน ของตุรกี พร้อมทั้งไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะถอนกำลังทหารออกจากยุโรปเพิ่มเติม
ก่อนการประชุม นาโตพยายามแสดงให้เห็นว่าชาติยุโรปตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและลดการพึ่งพาสหรัฐ โดยประกาศข้อตกลงจัดซื้ออาวุธรวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ซึ่งวิจารณ์นาโตมาโดยตลอดทั้งในสมัยดำรงตำแหน่งแรกและสมัยที่สอง กล่าวว่ารู้สึก "ผิดหวังอย่างมาก" กับพันธมิตร และมองว่าสหรัฐไม่ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมระหว่างสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ทรัมป์ตั้งคำถามว่า เหตุใดสหรัฐจึงต้องใช้งบประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อปกป้องยุโรป ขณะที่พันธมิตรกลับไม่ยืนเคียงข้างสหรัฐ พร้อมกล่าวหาว่าหลายประเทศในยุโรปไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพและน่านฟ้าระหว่างปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ด้านเจ้าหน้าที่ยุโรปโต้แย้งว่า หลายประเทศได้ปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อกองทัพสหรัฐ แม้จะไม่ได้รับการปรึกษาล่วงหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปและไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในภูมิภาค
ทรัมป์ยังกล่าวถึง จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิด ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองแย่ลงเล็กน้อย เพราะอิตาลีไม่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐในประเด็นอิหร่าน แม้จะยังเรียกเมโลนีว่าเป็นคนดี
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่า กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ
ด้านนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน ตอบโต้ว่า คาดหวังให้ชาติพันธมิตรเคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และยอมรับว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย
แม้บรรยากาศจะตึงเครียด แต่เอกอัครราชทูตของสมาชิกนาโตทั้ง 32 ประเทศได้เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม ซึ่งยืนยัน "พันธกรณีอันแน่วแน่" ต่อหลักการป้องกันร่วม (Collective Defense) โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการหลังได้รับการรับรองจากผู้นำประเทศ
รัฐบาลทรัมป์ยังคงผลักดันให้ประเทศยุโรปเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และรับผิดชอบการป้องกันทวีปยุโรปมากขึ้น เพื่อให้สหรัฐสามารถปรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงไปมุ่งเน้นภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ประกาศถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากยุโรป ลดกำลังที่จัดสรรให้แผนป้องกันของนาโต ทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง เครื่องบินขับไล่ และโดรน พร้อมเริ่มทบทวนการวางกำลังทหารในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน
ผู้นำยุโรปยืนยันว่า พร้อมรับบทบาทด้านความมั่นคงของภูมิภาคมากขึ้น แต่ต้องการให้การถ่ายโอนภารกิจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างด้านการป้องกันที่รัสเซียอาจใช้เป็นโอกาส
เจ้าหน้าที่ยุโรปยังแสดงความหวังว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีแอร์โดอัน รวมถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ มาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต จะช่วยลดความตึงเครียดและทำให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
อ้างอิง : reuters.com