โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิ๊กคอร์ปลุยระดมทุน ดันยอดออกหุ้นกู้ครึ่งหลังปี 69 ทะลุ 4 แสนล้าน

PostToday

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า Thai BMA ยังคงเป้าหมายการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาวในปี 2569 ไว้ที่ 880,000-900,000 ล้านบาท หลังจากในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาว อยู่ที่ 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาว อยู่ที่ 398,820 ล้านบาท

โดยยอดออกหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade (IG) อยู่ที่ 389,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดออกหุ้นกู้กลุ่ม High Yield อยู่ที่ 19,930ล้านบาท ลดลงถึง 23.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน (Energy), การเงิน (Finance) และอสังหาริมทรัพย์ (Property)

นางสาวอริยา ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มพลังงาน มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อรองรับการขยายกิจการ โดยมีผู้ออกรายใหญ่ อาทิ GULF ที่มียอดออกสูงสุดกว่า 35,000 ล้านบาท ตามด้วย PTTEP และ BANPU รายละประมาณหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน กลุ่มพาณิชย์ เช่น CPALL และ BJC ก็มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทางกลับกัน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลับมียอดการออกหุ้นกู้ลดลง เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงและชะลอการปล่อยสินเชื่อ จึงไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มและเลือกที่จะไม่ Rollover หุ้นกู้ที่ครบกำหนด

ส่วนหุ้นกู้มีปัญหาในช่วงครึ่งแรกขงปี 2569 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระ (Default) มูลค่า 7,422 ล้านบาท จากผู้ออกหุ้นกู้ 7 ราย และหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure) มูลค่า 1,188 ล้านบาท จากผู้ออกหุ้นกู้ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ออกรายเดิมที่เคยมีปัญหามาต่อเนื่อง

ประกอบกับในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ประเมินว่าจากความต้องการระดมทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทขนาดใหญ่ หลังจากบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งและกลุ่มธนาคารพาณิชย์เลือกที่จะยังไม่ออกหุ้นกู้ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากมีสภาพคล่องส่วนเกินสูง น่าจะมีแนวโน้มเลื่อนมาออกในช่วงครึ่งปีหลัง

ดังนั้น ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการออกหุ้นกู้ใหม่เพิ่มอีกกว่า 400,000 ล้านบาท สอดคล้องกับในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระรวม 416,877 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ในกลุ่ม Investment Grade 90% และ High Yield (รวม Non-rated bond) อีก 10%

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน (Energy) 95,793 ล้านบาท, การเงิน (Finance) มูลค่า 71,842 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์ (Property) มูลค่า 69,482 ล้านบาท

“ยอดการออกในช่วงครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทางเลือกในการระดมทุนสูง เช่น การกลับไปใช้สินเชื่อจากธนาคารชั่วคราวเพื่อรอจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลดลงก่อนจะกลับมาออกหุ้นกู้ใหม่อีกครั้ง”

นางสาวอริยา กล่าวว่า แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้สิน (Leverage) ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่เพิ่มสูงขึ้น แต่หากพิจารณาจากข้อมูลของผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ในกลุ่ม Investment Grade พบว่า มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ระหว่าง 2.08 -10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว โดยผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ส่วน Bond yield ไทย 5 ปี คาดว่าจะทรงตัวในระดับ 1.60% โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 1.58-1.77% และ Bond yield ไทย 10 ปี มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.06% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เป็น 2.19% - 2.33% ในช่วงครึ่งหลังของปี โดยมีปัจจัยหลักจากแผนการระดมทุนของภาครัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...