บิ๊กคอร์ปลุยระดมทุน ดันยอดออกหุ้นกู้ครึ่งหลังปี 69 ทะลุ 4 แสนล้าน
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า Thai BMA ยังคงเป้าหมายการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาวในปี 2569 ไว้ที่ 880,000-900,000 ล้านบาท หลังจากในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาว อยู่ที่ 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดออกหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาว อยู่ที่ 398,820 ล้านบาท
โดยยอดออกหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade (IG) อยู่ที่ 389,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดออกหุ้นกู้กลุ่ม High Yield อยู่ที่ 19,930ล้านบาท ลดลงถึง 23.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน (Energy), การเงิน (Finance) และอสังหาริมทรัพย์ (Property)
นางสาวอริยา ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มพลังงาน มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อรองรับการขยายกิจการ โดยมีผู้ออกรายใหญ่ อาทิ GULF ที่มียอดออกสูงสุดกว่า 35,000 ล้านบาท ตามด้วย PTTEP และ BANPU รายละประมาณหมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน กลุ่มพาณิชย์ เช่น CPALL และ BJC ก็มีการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทางกลับกัน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลับมียอดการออกหุ้นกู้ลดลง เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงและชะลอการปล่อยสินเชื่อ จึงไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มและเลือกที่จะไม่ Rollover หุ้นกู้ที่ครบกำหนด
ส่วนหุ้นกู้มีปัญหาในช่วงครึ่งแรกขงปี 2569 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระ (Default) มูลค่า 7,422 ล้านบาท จากผู้ออกหุ้นกู้ 7 ราย และหุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure) มูลค่า 1,188 ล้านบาท จากผู้ออกหุ้นกู้ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ออกรายเดิมที่เคยมีปัญหามาต่อเนื่อง
ประกอบกับในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ประเมินว่าจากความต้องการระดมทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทขนาดใหญ่ หลังจากบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งและกลุ่มธนาคารพาณิชย์เลือกที่จะยังไม่ออกหุ้นกู้ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากมีสภาพคล่องส่วนเกินสูง น่าจะมีแนวโน้มเลื่อนมาออกในช่วงครึ่งปีหลัง
ดังนั้น ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการออกหุ้นกู้ใหม่เพิ่มอีกกว่า 400,000 ล้านบาท สอดคล้องกับในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระรวม 416,877 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ในกลุ่ม Investment Grade 90% และ High Yield (รวม Non-rated bond) อีก 10%
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ พลังงาน (Energy) 95,793 ล้านบาท, การเงิน (Finance) มูลค่า 71,842 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์ (Property) มูลค่า 69,482 ล้านบาท
“ยอดการออกในช่วงครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทางเลือกในการระดมทุนสูง เช่น การกลับไปใช้สินเชื่อจากธนาคารชั่วคราวเพื่อรอจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวลดลงก่อนจะกลับมาออกหุ้นกู้ใหม่อีกครั้ง”
นางสาวอริยา กล่าวว่า แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้สิน (Leverage) ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่เพิ่มสูงขึ้น แต่หากพิจารณาจากข้อมูลของผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ในกลุ่ม Investment Grade พบว่า มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ระหว่าง 2.08 -10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว โดยผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
ส่วน Bond yield ไทย 5 ปี คาดว่าจะทรงตัวในระดับ 1.60% โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 1.58-1.77% และ Bond yield ไทย 10 ปี มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.06% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เป็น 2.19% - 2.33% ในช่วงครึ่งหลังของปี โดยมีปัจจัยหลักจากแผนการระดมทุนของภาครัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกา