เป็นสัปดาห์ที่มูลค่าการซื้อขายเบาบาง
+เป็นสัปดาห์ที่มูลค่าการซื้อขายเบาบาง +
เป็นสัปดาห์ที่มูลค่าการซื้อขายอาจเบาบางเพราะคาบเกี่ยววันหยุดกลางสัปดาห์ โดยมีหยุดวันจันทร์และวันพุธ ซึ่งปกติมูลค่าการซื้อขายจะชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่ม Domestic Play จะกลับมา Outperform ได้ในช่วงสั้นๆ หลังจากเริ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 มิ.ย. ซึ่งตามสถิติจะเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์, ไฟแนนซ์, สินค้าเกษตร, และอาหารเครื่องดื่ม โดยรมว. คลังเปิดเผยผลการใช้จ่ายเงินในช่วง 3 ชม. แรกคึกคักกว่าอดีต เพราะรอบนี้รัฐบาลช่วยจ่าย 60% เราคาดว่าจะเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามาในธีมดังกล่าว ระหว่างรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากคนละครึ่งพลัส คือ KBANK, SCB, MTC, TIDLOR, JMT, CPF, TFG, BTG, OSP, CBG +เป็นต้น +
สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากอิหร่านประกาศหยุดเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะอิสราเอลยังโจมตีเลบานอนและเข้ายึดพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ เมื่ออิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่าน และการเจรจาต้องครอบคลุมทั้งภูมิภาค ไม่เพียงเฉพาะสหรัฐฯ-อิหร่านเท่านั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาเร่งตัวขึ้น +6% จากสัปดาห์ก่อนที่อ่อนตัวลงเฉลี่ย -11% คาดเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment เล็กน้อยต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมี โดยเรายังมองจังหวะการปรับขึ้น เป็นโอกาสสำหรับการทำ Short Sale เพราะ2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันตอบรับเชิงลบมากกว่าตอบรับเชิงบวก จนกว่าราคาน้ำมัน Brent จะกลับไปยืนเหนือ $101/บาร์เรล ทิศทางราคาน้ำมันและราคาหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำถึงกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด โดย ISM ภาคการผลิตเดือน พ.ค. อยู่ที่ 54 จุด ดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 53 จุด และดีสุดในรอบ 4 ปี จากคำสั่งซื้อใหม่, การผลิต, และสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน เม.ย. +0.4% MoM ดีสุดในรอบ 4 เดือน จากการก่อสร้างบ้านเดียวที่เพิ่มขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดี+ราคาน้ำมันกลับมาเร่งตัวขึ้น หนุนให้ Bond Yield กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง คาดเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่มประกันและธนาคารพาณิชย์