โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดขั้นตอนพ้นโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

เปิดขั้นตอนพ้นโทษ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ ชี้ต้องรอการพิจารณาตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษ รอหมายปล่อยตัวจากศาล ก่อนเดินทางไปรับใบบริสุทธิ์ สำหรับยื่นปลดกำไล EM

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากพระราชกฤษฎีกาพระราช ทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.69 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป โดย 1 ในรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นกรณีทั่วไป คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติทั้งหมด 4 เดือน (11 พ.ค.69-9 ก.ย.69)

ทักษิณ ชินวัตร

แต่เนื่องด้วยนายทักษิณมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เหลือโทษไม่ถึง 1 ปี จึงเป็นผู้ต้องราชทัณฑ์ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป ขณะที่กรณีการปลดกำไล EM ของนายทักษิณยังอยู่ระหว่างรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ที่จะพิจารณากลั่นกรอง ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับนั้น

ล่าสุด มีรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนก่อนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกคุมประพฤติจากการพักโทษ จะได้รับการปลดกำไล EM นั้น ต้องอธิบายว่า เนื่องด้วยภายหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษมาแล้ว ซึ่งมีทั้งผู้ต้องราชทัณฑ์ที่อยู่ในเรือนจำจะได้รับการปล่อยตัวไป และผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษที่จะได้พ้นโทษทันที ระหว่างนี้เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อเสนอต่อศาลแห่งท้องที่ของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ของพระราชกฤษฎีกา พระราช ทานอภัยโทษฯ และเมื่อศาลแห่งท้องที่มีการตรวจสอบและออกหมายสั่งปล่อยไปยังเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทางเรือนจำ/ทัณฑสถาน จึงจะได้เตรียมความพร้อมปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษออกจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน และทุกรายจะได้รับใบบริสุทธิ์ หรือที่เรียกว่าเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย

นายทักษิณ ชินวัตร

ส่วนหากเป็นกรณีของผู้ถูกคุมประพฤติพักโทษ อย่างเช่นกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องรอหมายปล่อยตัวจากศาลแห่งท้องที่ส่งไปยังเรือนจำฯ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่คุมประพฤติ จากนั้นเรือนจำฯ ก็จะทำหนังสือแจ้งการปล่อยตัวพ้นโทษไปยังสำนักงานคุมประพฤติในท้องที่ และเรือนจำฯ จะได้นัดหมายให้อดีตนายกรัฐมนตรีมารับใบบริสุทธิ์ หรือเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เพื่อไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ เพื่อขอปลดกำไล EM สำหรับพ้นโทษบริบูรณ์

รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า จากเดิมเมื่อครั้งตอนที่นายทักษิณ ชินวัตร รับโทษจำคุกตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับโทษอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม และเมื่อได้พักโทษคุมประพฤติ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับคุมประพฤติ อดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไปรายงานตัวครั้งแรกที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพ มหานคร 1 เนื่องจากเป็นสำนักงานคุมประพฤติที่กำกับดูแลพื้นที่ของสถานที่พักโทษดังกล่าว

นายทักษิณ ชินวัตร

ฉะนั้นการได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ของอดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องการออกหมายสั่งปล่อยตัวจากศาล จะถูกส่งไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี เนื่องจากเป็นเรือนจำฯ ที่อยู่ในพื้นที่ตามทะเบียนพำนักสถานที่พักโทษคุมประพฤติ ทำให้ขณะนี้รายชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรี ได้อยู่ในการพิจารณาของกรรมการเรือนจำพิเศษธนบุรีเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมีหมายปล่อยตัวจากศาลส่งมาที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเมื่อใด ทางเรือนจำพิเศษธนบุรีก็จะได้นัดหมายให้อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปรับใบบริสุทธิ์ เพื่อไปใช้ยื่นขอปลดกำไล EM กับสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน อดีตนายกรัฐมนตรีก็จะพ้นโทษบริบูรณ์

ที่มา : แนวหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...