โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GCAP GOLD เตือนทองผันผวนหนัก จับตา PCE สหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด แนะสะสมทอง ช่วงย่อตัว

efinanceThai

เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 04.10 น.

GCAP GOLD เตือนทองผันผวนหนัก จับตา PCE สหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด แนะสะสมทอง ช่วงย่อตัว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 11:10 น.

GCAP GOLD เตือนนักลงทุนรับมือราคาทองคำผันผวนสูง หลังตลาดกลับมากังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งจากแรงกดดันเงินเฟ้อ แนะจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ - อิหร่าน ซึ่งอาจช่วยคลายวิกฤตพลังงาน หนุนทองคำรีบาวด์ระยะสั้น แนะทยอยสะสมทองช่วงย่อตัวที่แนวรับ 4,450 - 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้ว่า ยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูงจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

โดยตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจยังคงไม่ลดดอกเบี้ย และมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้ง หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า ร่างกรอบข้อตกลงล่าสุดอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีในระหว่างช่วงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าผ่านทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมทั้งลดแรงหนุนของดอลลาร์ และ Bond Yield ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวในระยะสั้น นางสาวอารีรัตน์กล่าว

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเฟดอาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทีเป็น Hawkish หรือใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม

ข้อมูลล่าสุดในตลาดการเงินเริ่มให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในเดือน ธ.ค. 69 จากในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนักเพียง 70% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกลับมากังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้ออย่างจริงจังอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงของการพักฐาน หลังจากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 4,550 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 4,450 - 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000 - 68,600 บาท) ซึ่งระดับราคาดังกล่าวถือเป็นจังหวะที่ดีในการรอซื้อสะสมในรอบนี้

สำหรับบริเวณ 4,590 - 4,625 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,600 - 71,300 บาท) เป็นแนวต้านสำคัญที่ประเมินว่าหากราคาไม่สามารถทะลุผ่านได้ อาจต้องพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หรือตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่รอบรีบาวด์ได้อีกครั้ง

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...