Google ปรับโฉม Search ครั้งใหญ่รอบ 25 ปี ดัน AI รุกค้นหา-เขียนโค้ดเต็มรูปแบบ
Google ปรับโฉม Search ครั้งใหญ่รอบ 25 ปี พร้อมเร่งรุกธุรกิจ AI ผ่านเครื่องมือเขียนโค้ด โมเดล Gemini รุ่นใหม่ และ AI Agent ที่ช่วยจัดการงานแทนผู้ใช้ได้มากขึ้น
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 01.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Alphabet Inc. บริษัทแม่ของ Google เปิดตัวการปรับโฉมช่องค้นหา (Search Box) ครั้งใหญ่ พร้อมเพิ่มเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI รุ่นใหม่ สะท้อนความพยายามครั้งสำคัญของบริษัทในการขยายอิทธิพลในยุคปัญญาประดิษฐ์
ในการประชุมนักพัฒนาประจำปีที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย Sundar Pichai ซีอีโอของ Google กล่าวว่า AI กำลังจุดประกายทุกส่วนของบริษัท และถือเป็นช่วงเวลาของความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด
Google ปรับดีไซน์ช่องค้นหาใหม่ให้รองรับคำถามที่ยาวและซับซ้อนมากขึ้น คล้ายการใช้งานแชตบอต AI พร้อมเตรียมเพิ่มฟีเจอร์ AI Agent ที่สามารถช่วยติดตามหัวข้อที่สนใจ จองร้านอาหาร รวมถึงช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ โดยบางฟีเจอร์จะเปิดให้เฉพาะผู้ใช้งานแบบเสียเงินในช่วงแรก
บริษัทระบุว่า การปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ช่วยเพิ่มการใช้งาน Search อย่างต่อเนื่อง ขณะที่แอปฯ AI Chatbot อย่าง Google Gemini มีผู้ใช้งานต่อเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวภายใน 1 ปี แตะระดับ 900 ล้านคน
Google ยังเดินหน้าแข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic ในตลาดเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วและมีมูลค่าสูง โดยช่วงที่ผ่านมา ผู้บริหาร Google เริ่มกังวลว่าบริษัทกำลังตามหลังคู่แข่งในด้านนี้
ในงานดังกล่าว Google เปิดตัวแพลตฟอร์ม Antigravity สำหรับช่วยนักพัฒนาเขียนโค้ดและจัดการ AI Agent ซึ่งต่อยอดจากการเข้าซื้อเทคโนโลยีและบุคลากรจากสตาร์ตอัป Windsurf มูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้Google ยังเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ Gemini 3.5 Flash ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโมเดลเขียนโค้ดที่ดีที่สุดของ Google ในปัจจุบัน โดยมีความเร็วสูงขึ้นและต้นทุนใช้งานต่ำกว่าคู่แข่งบางราย ส่วนเวอร์ชัน Pro ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า จะเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานในเดือนหน้า หลังเริ่มใช้งานภายในบริษัทแล้ว
Google ยังผสานฟีเจอร์เขียนโค้ดและการจัดการงานเข้ากับ Search โดยผู้สมัครสมาชิกแพ็กเกจ AI แบบเสียเงินจะสามารถสร้างแดชบอร์ดส่วนตัวสำหรับจัดการงานต่าง ๆ เช่น การวางแผนแต่งงาน หรือจัดตารางออกกำลังกาย
บริษัทเปิดตัวแพ็กเกจสมาชิกใหม่สำหรับนักพัฒนา ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงเครื่องมือ AI ได้มากขึ้นในราคา 100 ดอลลาร์ต่อเดือน
ขณะเดียวกัน Google ยังคงเดินหน้าพัฒนาโมเดล AI ด้านสร้างสื่ออย่าง Gemini Omni ที่สามารถสร้างวิดีโอจากข้อความ รูปภาพ เสียง หรือวิดีโอ รวมถึงแก้ไขวิดีโอด้วยภาษาธรรมชาติแบบสนทนาได้ และในอนาคตจะรองรับการสร้างภาพและเสียงเพิ่มเติม
Google ยังประกาศเพิ่มระบบติดป้ายกำกับ Deepfake ให้ชัดเจนมากขึ้น หลัง AI สร้างวิดีโอและภาพปลอมได้สมจริงขึ้นเรื่อย ๆ โดยพิชัยได้โชว์ภาพปลอมของตัวเองที่กำลังรับประทานอาหารกับ Sam Altman และ Elon Musk พร้อมกล่าวติดตลกว่า “มันปลอมแน่นอน เพราะผมไม่กินแฮมเบอร์เกอร์”
Google ยังปรับโฉมแอป Gemini ใหม่ในสไตล์ที่เรียกว่า Neural Expressive เพิ่มแอนิเมชัน สีสันสด และระบบตอบสนองแบบสั่น (Haptic Feedback) พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ Daily Brief สำหรับสรุปข้อมูลประจำวันแบบเฉพาะบุคคล และ Gemini Spark ผู้ช่วย AI ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้จริงมากขึ้น
นอกจากนี้ Google ระบุว่าการปรับโฉม Search ครั้งนี้ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 25 ปี โดยช่องค้นหาใหม่จะรองรับคำถามที่ยาวขึ้น อัปโหลดไฟล์และรูปภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยร่างคำค้นหาให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์อะไรก็ได้ที่อยู่ในใจลงใน Search ได้โดยตรง
อ้างอิง : www.bloomberg.com