จับตาเจรจา สหรัฐ-อิหร่าน “แวนซ์” บินสวิสร่วมเจรจารอบใหม่ แม้อิหร่านขู่ปิดฮอร์มุซ
จับตาเจรจา สหรัฐ-อิหร่าน รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ บินสวิสร่วมเจรจารอบใหม่ แม้อิหร่านขู่ปิดฮอร์มุซและกล่าวหาวอชิงตันไม่รักษาข้อตกลง
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 06.23 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมเตือนเรือทุกลำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม สหรัฐยืนยันว่าช่องแคบดังกล่าวยังคงเปิดใช้งานตามปกติ
ท่ามกลางความสับสนที่เกิดขึ้น นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เดินทางจากกรุงวอชิงตันไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อร่วมการเจรจากับอิหร่านรอบใหม่ในวันอาทิตย์นี้
สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสองประเทศกลับมาปะทุอีกครั้ง เพียงไม่กี่วันหลังจากเตหะรานและวอชิงตันบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาค กองทัพอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนที่ยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงสิ่งที่อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐ “ขาดความจริงใจ” และไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง
สำนักข่าว AP รายงานว่า กองบัญชาการร่วมของกองทัพอิหร่านระบุว่ามีการเตรียมมาตรการเพิ่มเติม หากการโจมตียังคงดำเนินต่อไป ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานในทิศทางเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเด็ก 2 คน ตามข้อมูลของทางการเลบานอน โดยสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) ระบุว่ายังมีประชาชนอีก 7 คนติดอยู่ใต้ซากอาคารในเมืองนาบาติยาห์และพื้นที่ใกล้เคียง
ด้านกองทัพสหรัฐยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้ถูกปิด และกองกำลังสหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินเรือจะดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
“อิหร่านไม่ได้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ การเดินเรือยังคงดำเนินต่อเนื่อง และกองกำลังสหรัฐกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์เพื่อให้แน่ใจว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ต่อไป” กัปตันทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวกับรอยเตอร์
ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสหรัฐยังถือว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานตามปกติ พร้อมระบุว่าอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบ หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเปลี่ยนข้อตกลงชั่วคราวให้เป็นข้อตกลงถาวรได้ภายใน 60 วัน
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “จะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซตลอด 60 วันของช่วงหยุดยิง และหลังจากนั้นก็จะไม่มีการเก็บเช่นกัน เว้นแต่สหรัฐจะเป็นผู้จัดเก็บเอง หากข้อตกลงไม่แล้วเสร็จ” พร้อมระบุว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะเป็นค่าตอบแทนสำหรับบริการที่สหรัฐมอบให้
การที่อิหร่านพยายามประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้การเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อผลักดันข้อตกลงชั่วคราวที่ทรัมป์และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน บรรลุร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังสงครามยืดเยื้อนานเกือบ 4 เดือน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้ มีเงื่อนไขสำคัญคือการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนทันที และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากอิหร่านเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน
ในส่วนของการเจรจา นายแวนซ์เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อพบกับคณะผู้แทนอิหร่าน รวมถึงตัวกลางอย่างปากีสถานและกาตาร์ โดยระบุว่า หวังจะสร้างความคืบหน้าในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการหยุดยิงในเลบานอน
ก่อนออกเดินทาง แวนซ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“แม้ข่าวที่ออกมาจะดูน่ากังวล แต่สถานการณ์ในเลบานอนกำลังดีขึ้น ความรุนแรงเริ่มชะลอลง และเราจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทั้งอิสราเอลและเลบานอนมีความมั่นคงและปลอดภัย”
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า คณะผู้แทนอิหร่านได้เดินทางถึงประเทศแล้ว
แวนซ์ยังให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า การเจรจายังคงคืบหน้า แม้อิหร่านจะขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่า จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐ กำลังหารือรายละเอียดทางเทคนิคของข้อตกลงในสวิตเซอร์แลนด์ และการเจรจา “เป็นไปด้วยดี”
รองประธานาธิบดีสหรัฐ ยังเปิดเผยว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้
“เมื่อวานนี้มีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 16 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนเกิดความขัดแย้ง” แวนซ์กล่าว
นอกจากนี้ เขายังระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายหลักของการเจรจา คือ การจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน เพื่อทำให้เตหะรานไม่สามารถฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์ได้อีก พร้อมย้ำว่าสหรัฐยังมีมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอีกมาก หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
อ้างอิง : www.cnbc.com