โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เผยอิสราเอล – ฮิซบอลเลาะห์ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่เลบานอนยังปะทะ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่การปะทะในเลบานอนยังต่อเนื่อง หวั่นกระทบ MOU สหรัฐฯ – อิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันแล้ว โดยเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 16 นาฬิกาของวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น หรือเมื่อเวลาประมาณ 20 นาฬิกาที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มทางตอนใต้ของเลบานอนอย่างหนักหน่วง ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 47 คนและบาดเจ็บอีก 97 คน

ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความเป็นกังวลว่า การปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย อาจบ่อนทำลายข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอน หลังการเจรจาปูทางบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายตามกรอบ 60 วัน ในสวิตเซอร์แลนด์ถูกยกเลิกกระทันหัน

กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้วแต่จะยังคงปฏิบัติการต่อไปเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทันที ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารับข้อตกลงหยุดยิง แต่ “ชีค นาอิม กัสเซ็ม” (Sheikh Naim Qassem) เลขาธิการของกลุ่ม กล่าวว่า แผนการกำจัดฮิซบอลเลาะห์ล้มเหลวแล้ว

ทั้งนี้แม้จะมีการประกาศหยุดยิง แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเมืองนาบาติเยห์ (Nabatieh) ของเลบานอน เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า อิสราเอลยังโจมตีทางอากาศอีกอย่างน้อย 12 ครั้ง หลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้ด้านกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเลบานอนกับอิสราเอลจะกลับมาจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ในสัปดาห์หน้า เพื่อผลักดันให้เกิดการบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน

ขณะที่ประธานาธิบดีโจเซฟ อูนของเลบานอน ระบุว่า การหยุดยิงอย่างครอบคลุมที่รวมถึงการยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อดินแดนเลบานอนทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่การเจรจาจะเดินหน้าต่อไป

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ข้อตกลงเบื้องต้นที่ลงนามแล้วให้เวลาอิหร่าน 60 วันในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามถาวรกับสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข สหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการที่ “เตหะราน” ไม่พอใจ และเสริมว่า เรือบรรทุกน้ำมันกำลังกลับมาแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามข้อตกลงหยุดยิง โดยผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียเตรียมเพิ่มการส่งออก แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขที่เตหะรานอาจกำหนดสำหรับการใช้เส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ก็ตาม

ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำที่บรรทุกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และก๊าซปิโตรเลียมเหลว เข้าสู่ช่องแคบเพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือในอ่าวอิรัก เมื่อวานนี้

นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบของญี่ปุ่นลำหนึ่งออกจากช่องแคบหลังจากล่าช้าเนื่องจากสงครามและมุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่นขณะเดียวกัน เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษติดธงอินเดีย เริ่มเดินทางผ่านช่องแคบไปยังอินเดียหลังจากหยุดชะงักไปหลายวัน

โดยก่อนหน้านี้ “ทรัมป์” ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Axios Show โดยโอ้อวดเกี่ยวกับแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯ ว่า สงครามครั้งนี้สอนให้รู้ว่าอำนาจของตนไม่มีขีดจำกัด

สหรัฐฯ และอิหร่านเผยแพร่รายละเอียดของข้อตกลงชั่วคราว 14 ข้อที่ลงนามเมื่อวันพุธ เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 เดือน ที่รวมถึง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอิหร่านต้องจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์แลกกับการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์หรือราว 9.7 ล้านล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจน ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ท่ามกลางถูกวิจารณ์อย่างหนักจากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่มองว่าสหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนให้อิหร่านมากเกินไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึกไนเจอร์! มือปืนบุกโจมตีสนามบินใหญ่ที่สุดของประเทศ เสียชีวิต 35 ราย

BBC เร่งลดต้นทุน! เตรียมปลดพนักงานอีกครึ่งพัน-ยุติการออกอากาศบางส่วน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐฯ เผยอิสราเอล – ฮิซบอลเลาะห์ บรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่เลบานอนยังปะทะ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...