โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หากปล่อยให้ “ความดันโลหิตสูง” ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเกิดอะไรขึ้น

Thonburi Hospital

เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 01.53 น. • โรงพยาบาลธนบุรี

หลายคนอาจคิดว่า “ความดันโลหิตสูง” เป็นเพียงโรคทั่วไปที่ไม่ได้อันตรายมากนัก เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน บางคนใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงทำให้ละเลยการดูแลตัวเอง หรือไม่รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

แต่ความจริงแล้ว “โรคความดันโลหิตสูง” ถือเป็นภัยเงียบที่สามารถทำลายอวัยวะสำคัญของร่างกายได้ทีละน้อย หากปล่อยให้มีภาวะความดันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

ความดันโลหิตสูง คืออะไร

ความดันโลหิต คือ แรงดันของเลือดภายในหลอดเลือดแดง ขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ในขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือด ความดันจะสูงขึ้น เรียกว่า

“ความดันตัวบน” (Systolic Pressure)

และเมื่อหัวใจคลายตัว ความดันจะลดลง เรียกว่า

“ความดันตัวล่าง” (Diastolic Pressure)

ค่าความดันโลหิตจึงถูกแสดงออกมาเป็น 2 ตัว เช่น 120/80 มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท)

  • ตัวบน = 120
  • ตัวล่าง = 80

โดยค่าความดันโลหิตของแต่ละคนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อน ความเครียด การนอนหลับ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น

ค่าความดันปกติควรอยู่ที่เท่าไร

โดยทั่วไป

  • ผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ค่าความดันไม่ควรเกิน 120/80 มม.ปรอท
  • ความดันอาจสูงขึ้นตามอายุได้เล็กน้อย
  • โดยทั่วไป ความดันตัวบนไม่ควรเกิน 140 มม.ปรอท
  • และความดันตัวล่างไม่ควรเกิน 90 มม.ปรอท

หากวัดได้สูงกว่าค่าปกติอย่างต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและติดตามอาการอย่างเหมาะสม

ทำไม “ความดันโลหิตสูง” ถึงอันตราย

เมื่อความดันโลหิตสูงอยู่ตลอดเวลา หลอดเลือดแดงจะต้องรับแรงดันมากผิดปกติ ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดค่อย ๆ เสื่อม แข็งตัว ตีบ หรือเปราะบางมากขึ้น

เมื่อเวลาผ่านไป เลือดจะไหลเวียนได้ไม่ดี ทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ

  • หัวใจ
  • สมอง
  • ไต
  • ดวงตา
  • หลอดเลือดทั่วร่างกาย

ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น หากปล่อยให้ความดันสูงนาน ๆ

1. โรคหัวใจและหลอดเลือด

หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดต้านแรงดันที่สูงอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเป็นนาน ๆ อาจทำให้เกิด

  • หัวใจโต
  • หัวใจหนา
  • หัวใจล้มเหลว
  • หลอดเลือดหัวใจตีบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

2. โรคหลอดเลือดสมอง

ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญของ “โรคหลอดเลือดสมอง” หรือ Stroke

เมื่อหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก อาจทำให้เกิดอาการ เช่น

  • หน้าเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด
  • แขนขาอ่อนแรง
  • ชาครึ่งซีก
  • หมดสติ

บางรายอาจกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือเสียชีวิตได้

3. ไตเสื่อมและไตวาย

ไตมีหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งต้องอาศัยหลอดเลือดขนาดเล็กจำนวนมาก

เมื่อความดันสูงต่อเนื่อง จะทำให้หลอดเลือดที่ไตเสื่อมลง จนประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลง

ในระยะแรกอาจไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้นาน อาจเกิด

  • ไตเสื่อมเรื้อรัง
  • ไตวาย
  • ต้องฟอกไตในที่สุด

4. จอประสาทตาเสื่อม

หลอดเลือดเล็ก ๆ ในดวงตาก็ได้รับผลกระทบจากความดันโลหิตสูงเช่นกัน

ผู้ป่วยอาจมีอาการ

  • ตามัว
  • มองเห็นไม่ชัด
  • เห็นภาพซ้อน
  • เสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

หากปล่อยไว้นานอาจทำให้จอประสาทตาเสียหายถาวรได้

5. หลอดเลือดแข็งและตีบทั่วร่างกาย

เมื่อผนังหลอดเลือดถูกทำลาย จะเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง

ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ลดลง เช่น

  • ปวดขาเวลาเดิน
  • มือเท้าเย็น
  • เหนื่อยง่าย
  • สมองเสื่อมเร็วขึ้น

และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดทั่วร่างกายในอนาคต

อาการเตือนของความดันโลหิตสูง

หลายคนอาจไม่มีอาการเลย แต่บางรายอาจมีอาการ เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • มึนศีรษะ
  • เวียนหัว
  • ตาพร่า
  • เหนื่อยง่าย
  • ใจสั่น
  • เลือดกำเดาไหล

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีอันตราย จึงควรตรวจวัดความดันเป็นประจำ

วิธีดูแลตัวเอง เพื่อควบคุมความดันโลหิต

ลดอาหารเค็ม

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น

  • อาหารแปรรูป
  • ของหมักดอง
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • ขนมขบเคี้ยว
  • น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส

ควบคุมน้ำหนัก

ผู้ที่น้ำหนักเกินมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงมากขึ้น

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์

พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนดึกและความเครียดสะสม มีผลต่อระดับความดันโลหิต

งดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์

เพราะทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น

รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง

ไม่ควรหยุดยาเอง แม้ความดันจะดูปกติแล้วก็ตาม

ความดันโลหิตสูง…ป้องกันได้ หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้

โรคความดันโลหิตสูงอาจไม่มีอาการในช่วงแรก แต่สามารถสร้างความเสียหายต่อร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง

การตรวจสุขภาพ วัดความดันเป็นประจำ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในอนาคตได้

อย่ารอให้เกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วค่อยรักษา
เพราะ “การป้องกัน” คือวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพหัวใจ สมอง ไต และหลอดเลือดของเราในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...