ASAP ชูเป้าหมื่นล้าน กระหึ่ม! ยานยนต์อีวี
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 09.09 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น“รถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ Eternity at One หรือ EA1 ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% บริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ CHANGAN ทั้ง Deepal, Lumin, Nevo และ AVATR โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 14,500 คัน เติบโต 79% จากปีก่อน ล่าสุดมียอดขายที่รอส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 3,000-5,000 คัน”
หุ้นวิชั่น - ASAP เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ Mobility Ecosystem เต็มรูปแบบ ผสานรถเช่า EV ประกันภัย และเทคโนโลยีสร้าง New Growth Engine พร้อมปักธงรายได้ปี 2569 โตเกิน 70% แตะ 1 หมื่นล้านบาท ลุยขยาย EV Fleet-โชว์รูมทั่วประเทศ รองรับดีมานด์ยุค AI และยานยนต์ไฟฟ้า
นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งใหญ่จาก “ผู้ให้บริการรถเช่า” สู่ “ผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem)” หลังกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 74% ของรายได้รวม
พร้อมประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกภายใต้แนวคิด “Disciplined Growth. Smarter Mobility. EV-Ready.” มุ่งผสานธุรกิจรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย พลังงาน และเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันครบวงจร รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Connectivity, Energy, Wellness และ Mobility
*มุ่งเติบโตรอบใหม่
บริษัทพร้อมก้าวสู่การเติบโตระยะใหม่ จากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งทั้งด้านรถเช่า ดีลเลอร์รถยนต์ รถมือสอง ประกันภัย และธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยี บุคลากร เครือข่าย และฐานลูกค้าขนาดใหญ่ มาต่อยอดสู่การสร้าง “Mobility Ecosystem” ที่ทุกธุรกิจภายในเครือสามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนกันได้ เช่น ทุกการเช่ารถสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจประกันภัย ขณะที่การคืนรถช่วยสร้างโอกาสให้ธุรกิจรถมือสอง และการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยกระตุ้นยอดขายรถ EV ในอนาคต
สำหรับธุรกิจรถเช่าซึ่งยังเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ในปี 2569 asap เตรียมยกระดับบริการให้ครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร ภาครัฐ และลูกค้าทั่วไป พร้อมเร่งขยาย EV Fleet โดยตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วน 30% ของรถใหม่ทั้งหมด รวมถึงเดินหน้ากลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” เปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรทดลองใช้รถ EV ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังนำ AI Dynamic Pricing มาช่วยบริหารราคาค่าเช่าแบบเรียลไทม์ และร่วมมือกับ Trip.com ในรูปแบบ Co-Branding เพื่อผลักดันยอด Booking Days เติบโตถึง 58% ภายใน 3 เดือน ขณะเดียวกันยังขยายบริการพนักงานขับรถสู่กลุ่มสายการบิน บริษัทเอกชน และนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดระยอง
ด้านธุรกิจรถยนต์มือสองภายใต้แบรนด์ Casap บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์สู่ “Margin over Volume” เน้นขายปลีกที่ให้กำไรสูงมากขึ้น พร้อมลดสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลจาก 40% เหลือเพียง 9% โดยจุดแข็งของ Casap คือมีรถมือสองคุณภาพดีทั้งรถยนต์นั่งและรถเชิงพาณิชย์ รองรับกลุ่ม SME ได้หลากหลาย
*ทยอยส่งมอบรถต่อเนื่อง
ขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยผ่าน asap Protect ซึ่ง asap ถือหุ้น 100% มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการต่อยอดฐานลูกค้าภายในเครือ ทั้งรถเช่า ฟลีทรถองค์กร และรถยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบันกว่า 95% ของเบี้ยประกันมาจาก Ecosystem ภายในกลุ่มบริษัท และยังมีโอกาสขยายสู่ตลาดภายนอก โดยเฉพาะลูกค้ารถ EV และฟลีทรถองค์กร
ส่วนธุรกิจเรือธงใหม่ด้านรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ Eternity at One หรือ EA1 ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% บริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ CHANGAN ทั้ง Deepal, Lumin, Nevo และ AVATR โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 14,500 คัน เติบโต 79% จากปีก่อน โดยปัจจุบันบริษัทยอดขายที่รอ ส่งมอบ (Backlog) ประมาณ 3,000-5,000 คัน โดยคาดว่าจะทยอยส่งมอบทั้งหมดภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทพร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมจาก 36 แห่งเป็น 60 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่แบรนด์พรีเมียม AVATR ตั้งเป้ายอดขาย 1,200 คัน และเตรียมเปิดโชว์รูมต่างจังหวัดเพิ่มอีก 4 แห่งภายในปีนี้
*รายได้ปีนี้หมื่นล.
นอกจากนี้ บริษัท Evante ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% ยังเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ผ่านแบรนด์ MAXUS ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เจาะตลาดรถขนส่งสินค้า รถโดยสาร รถพยาบาล และรถเฉพาะทาง โดยตั้งเป้ายอดขาย 300 คันในครึ่งหลังปี 2569 ก่อนขยายเป็น 1,500 คันในปี 2570 และ 2,200 คันในปี 2571 พร้อมเร่งขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ASAP มั่นใจว่า การผสานธุรกิจทั้งหมดเข้าด้วยกันจะช่วยสร้าง New Growth Engine ให้กับองค์กร และผลักดันรายได้รวมของทั้งกลุ่มในปี 2569 เติบโตมากกว่า 70% หรือมีรายได้รวมไม่น้องกว่า 10,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็นแตะ 2 หมื่นล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Mobility Ecosystem ของประเทศไทยในระยะยาว ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตและการเดินทางมากขึ้น