โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตนายแบบ เหยื่อ อาจารย์แก้กรรม โผล่เพิ่ม แฉเห็นมังกรเป็นผักต้ม อมหลังกินน้ำพริก ทำปวดแสบร้อน

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ค. เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. เวลา 15.48 น.

อดีตนายแบบ เหยื่อ อาจารย์แก้กรรม โผล่เพิ่ม แฉเห็นมังกรเป็นผักต้ม อมหลังกินน้ำพริก ทำปวดแสบร้อน เผยผ่านมานานกว่า 20 ปี ไม่สามารถลบเรื่องนี้ออกจากหัวได้

วันที่ 20 พ.ค.69 ที่เพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม กทม. มีเหยื่ออาจารย์แก้กรรมอมมังกร จ.ลำพูน เข้าร้องเพิ่มอีก 1 ราย โดยนายบี (นามสมมุติ) อายุ 40 ปีเ ชาว จ.เชียงใหม่ อดีตนายแบบหนุ่ม กล่าวว่า เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตนได้รู้จักกับผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์แก้กรรมชื่อดังคนนี้

ผู้ช่วยอธิการบดี ได้ชักชวนตนให้ไปพบอาจารย์เพื่อดูอดีตชาติ ตนจึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนของตนซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของรัฐมนตรีท่านหนึ่งในสมัยนั้น ปัจจุบันท่านก็มีลูกเป็นรัฐมนตรี และ สส.คนดังในปัจจุบันได้ฟัง เพื่อนจึงสนใจและขอเดินทางไปแก้กรรมด้วย สาเหตุที่เพื่อนของตนซึ่งเป็นภรรยานักการเมืองคนดังต้องการไปพบอาจารย์แก้กรรม

เนื่องจากตอนนั้นเพื่อนตนระแคะระคายมาว่าสามีแอบไปมีเมียน้อย และมีคนทักว่าเมียน้อยอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ จึงอยากไปพบอาจารย์คนดังกล่าวเพื่อแก้กรรม เมื่อไปถึง เป็นเวลาช่วงเที่ยง มีคนรอคิวพบเพื่อแก้กรรมจำนวนมาก ตนได้คิวลำดับที่ 29 ส่วนเพื่อนได้คิวที่ 30 จากนั้นอาจารย์คนดังกล่าว ได้เดินลงมาดูรายชื่อคนที่จะขึ้นไปแก้กรรม จึงเห็นว่าเพื่อนของตนมีนามสกุลตรงกับรัฐมนตรีคนดังในอดีต

อาจารย์ จึงถามว่าคิวที่ 30 เป็นอะไรกับรัฐมนตรี เพื่อนตนจึงตอบว่าเป็นลูกสะใภ้ จากนั้นอาจารย์ได้หันมามองหน้าตน และถามว่าตนมาด้วยกันเหรอ ตนจึงตอบไปว่าใช่ มาเป็นเพื่อน อาจารย์จึงบอกว่า ให้ตนเดินตามขึ้นมาบนบ้าน (ลัดคิวคนอื่นจำนวนมาก) พอตนเดินตามอาจารย์ขึ้นไปบนบ้าน ก็เห็นมีสำรับกับข้าวซึ่งมีน้ำพริก 2-3 อย่าง เช่น น้ำพริกอ่อง น้ำพริกตาแดง อยู่ในสำรับ เหมือนอาจารย์เพิ่งกินข้าวเสร็จ

เมื่อตนเข้าไปในห้องอาจารย์ก็ออกอุบายแก้กรรม แบบที่ โน้ส อุดม เล่าในเดี่ยวไมโครโฟน คือสอบถามวันเดือนปีเกิด และให้ตนจับมืออาจารย์ จากนั้นอาจารย์แลบลิ้นมุมปาก ก่อนจะนำมือตนไปแตะตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยทุกครั้งจุดสุดท้ายจะไปจบที่บริเวณอวัยวะเพศทุกครั้ง ทำอยู่แบบนี้ประมาณ 3 รอบ จากนั้นรอบที่ 4 เมื่ออาจารย์แตะส่วนต่างๆของร่างกายแล้ว อาจารย์ได้ใช้มือดึงกางเกงตนลงไปกองกับพื้น ตนใส่กางเกงขาสั้น

จากนั้นอยู่ๆ อาจารย์ได้ใช้ปากอวัยวะเพศของตนทันที ตอนนั้นตนตกใจมาก และรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่อวัยวะเพศเนื่องจากอาจารย์เพิ่งกินน้ำพริกมา ตนจึงผลักหัวอาจารย์ออก และรีบวิ่งไปขวดน้ำที่วางอยู่ในห้องล้างอวัยวะเพศ จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องมาในสภาพเสื้อผ้าเปียกแฉะ และวิ่งหนีออกมาจากบ้าน พอมาเจอเพื่อน เพื่อนจึงถามว่าเป็นไงบ้าง อาจารย์ทักว่าไงบ้าง ตนจึงบอกกับเพื่อนว่ากลับเลยกลับตอนนี้ เดี๋ยวจะล่าทุกอย่างให้ฟังบนรถ

เมื่อขึ้นรถตนจึงเล่าเรื่องดังกล่าวให้เพื่อนฟังทั้งหมด กระทั่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาได้เห็นข่าวพระเอกดัง วินัย ไกรบุตร ไปแก้กรรมกับอาจารย์คนนี้ ตนจึงบอกกับเพื่อนทีเล่นที่จริงว่าเขาจะโดนแบบเราไหม กระทั่งล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อนได้ดูรายการโหนกระแส เห็นมีผู้เสียหายมาร้องเรียนกับพี่เอก สายไหมต้องรอด จึงได้คุยกับเพื่อนว่าตนอยากจบเรื่องนี้

เพราะร่วม 20 ปีที่ผ่านมา ตนไม่สามารถลบเรื่องนี้ออกจากหัวได้เลย กระทั่งเมื่อเช้าเห็นข่าวตำรวจกองปราบ บุกไปจับอาจารย์คนนี้ ตนจึงอยากออกมาแจ้งความ หรือออกมาเป็นพยานให้กับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยถูกกระทำแบบตนให้ได้รับความเป็นธรรม

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ขณะนี้กำแพงศรัทธาหรือความงมงาย ได้พังทลายลงแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีผู้เสียที่เคยถูกกระทำ เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เปิดเผยตัวอีกจำนวนมาก โดยตนจะรวบรวมผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความอีก โดยนายเอกภพ พูดทิ้งท้ายว่า ไม่แน่ว่าเจ้ากรรมนายเวรของอาจารย์ อาจจะชื่อ "เอก สายไหม" แบบที่พี่หนุ่ม กรรชัย พูดในรายการข่าวเที่ยงก็เป็นได้

อ่านข่าว คุมตัวถึงกองปราบแล้ว อาจารย์แก้กรรม อมมังกร พบเจ้าตัวมีอาการอิดโรย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตนายแบบ เหยื่อ อาจารย์แก้กรรม โผล่เพิ่ม แฉเห็นมังกรเป็นผักต้ม อมหลังกินน้ำพริก ทำปวดแสบร้อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...