โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“Great Barrier Reef” รอด ไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในอันตราย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แนวปะการัง “Great Barrier Reef“ รอดจากการถูกขึ้นบัญชี

ร่างมติขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ระบุว่า แนวปะการัง “เกรตแบร์ริเออร์รีฟ” ซึ่งเป็นระบบแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะยังไม่ถูกบรรจุไว้ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งนับเป็นข่าวที่รัฐบาลออสเตรเลียโล่งใจและปลื้มใจอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ สหประชาชาติได้แสดง "ความกังวลอย่างยิ่ง" ต่ออนาคตของแนวปะการังแห่งนี้ จากปัญหาการฟอกขาวของปะการังในวงกว้างและผลกระทบที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ของยูเนสโกเคยเสนอให้ขึ้นทะเบียนเกรตแบร์ริเออร์รีฟเป็นแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ

แต่คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งเผยแพร่ร่างรายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ออสเตรเลียกำลังดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน และการควบคุมการแผ้วถางพื้นที่ป่า

แนวปะการังแห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 2,300 กิโลเมตร ตามชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ และถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี

รัฐบาลออสเตรเลียประเมินว่า เกรตแบร์ริเออร์รีฟสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หรือมากกว่า 2 แสนล้านบาท และสนับสนุนการจ้างงานราว 77,000 ตำแหน่ง

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลยินดีต่อการตัดสินใจของยูเนสโกที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนแนวปะการังเป็นแหล่งมรดกโลกที่ตกอยู่ในอันตราย พร้อมทั้งยอมรับความพยายามของออสเตรเลียในการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้

ภายใต้ร่างมติดังกล่าว ออสเตรเลียจะต้องจัดทำรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟส่งให้ยูเนสโกอีกครั้งในปี 2028

เกรตแบร์ริเออร์รีฟได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกมาตั้งแต่ปี 1981 และเป็นถิ่นอาศัยของปะการังกว่า 400 ชนิด รวมถึงปลาทะเลมากกว่า 1,500 สายพันธุ์ แต่ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แนวปะการังแห่งนี้เผชิญเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่แล้ว 6 ครั้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อแนวปะการังแห่งนี้ในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...