โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

4 คำแนะนำคัดกรองหุ้นปันผล ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน

BT Beartai

อัพเดต 10 มิ.ย. 2566 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2566 เวลา 00.00 น.
4 คำแนะนำคัดกรองหุ้นปันผล ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน

ภาวะตลาดหุ้นไทยในตอนนี้ยังคงมีความผันผวนสูงและอ่อนไหวไปกับกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือนโยบายของรัฐบาลในอนาคตที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร

คำถามเหล่านี้ยังคงกระทบความเชื่อมั่น (Sentiment) ของนักลงทุน และทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา โดยตลาดหุ้นไทยลงไปปิดตลาดต่ำสุด -19.97 จุด และปิดสูงสุดที่ +14.35 จุด ดังนั้น เมื่อยังมีปัจจัยการเมืองยังกดดันตลาดหุ้นอยู่ นักทุนจึงหันไปสนใจหุ้นที่มีการปันผลมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดผันผวน

ตามหลักการแล้ว หุ้นปันผลดีก็มักเป็นหุ้นพื้นฐานดีด้วย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด เพราะราคาหุ้นปันผลส่วนใหญ่มักเคลื่อนไหวน้อยกว่าดัชนีตลาดรวม เมื่อดัชนีปรับตัวลดลง ราคาหุ้นจะลงน้อยกว่า หรือเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะขึ้นน้อยกว่าเช่นกัน (ยกเว้นกรณีมีเหตุการณ์เฉพาะตัวของหุ้นนั้น ๆ)

ข้อมูลจากหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม SETHD หรือ SET High Dividend Index ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ได้คัดเลือกหุ้น 30 ตัว ในดัชนี SET 100 ที่มีสภาพคล่องและมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูง (Market Cap.) พบว่า 10 หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลผลตอบแทนสูงกว่า 6% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2566) โดยมีจำนวนเงินปันผลล่าสุด ดังต่อไปนี้

หุ้น อัตราผลตอบแทน ปันผล (บาทต่อหุ้น) TISCO 8.05% 7.75 LH 6.94% 0.75 SPALI 6.77% 0.35 ORI 6.43% 0.57 TU 6.31% 1.56 PTT 6.30% 5 INTOUCH 6.29% 0.70 PTTEP 6.09% 1.90 QH 6.09% 0.10 TCAP 6.08% 1.90

อย่างไรก็ตาม การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน รวมถึงราคาและความสนใจในหุ้นนั้น ๆ ของนักลงทุนแต่ละคน ซึ่ง beartaiBRIEF มี 4 คำแนะนำมาฝาก เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาลงทุนในหุ้นปันผลครับ

  • พิจารณานโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทว่าจ่ายมากน้อยแค่ไหน กี่เปอร์เซ็นต์ของกำไร โดยปกติแล้ว บริษัทจดทะเบียนจะจ่ายปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 50% ของกำไรสุทธิ
  • พิจารณาผลประกอบการของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงสามารถในการทำกำไร และการจ่ายเงินปันผล
  • ต้องเปรียบเทียบเงินปันผลกับราคาหุ้น เพราะการพิจารณาแค่เงินปันผลเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรเปรียบเทียบกับราคาหุ้นด้วยว่าคิดเป็นสัดส่วนเท่าไร เหมือนกับการคำนวณว่าเรามีต้นทุนเท่าไร และได้ผลตอบแทนมาเท่าไร
  • เมื่อเห็นการจ่ายปันผลเยอะ ๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้าลงทุน ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เงินปันผลที่จ่ายนั้นมาจากกำไรส่วนไหน เพราะมีบางครั้งที่บริษัทจ่ายปันผลในอัตราสูง แต่ไส้ในมาจากกำไรพิเศษ เช่น การขายสินทรัพย์ออกไป มิได้มาจากกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท

ที่มา : SETHD

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...