โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[สปอยล์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

BT Beartai

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2566 เวลา 15.50 น.
[สปอยล์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

เชื่อว่าหลายคนคงได้ดู ‘The Flash’ กันแล้ว นอกจากบรรดาเซอร์ไพร์สสุดไฮป์ที่ขนมาให้กรี๊ดกันทั้งเรื่องแล้ว ตอนจบที่ แบรี อัลเลน ต้องมาพบ บรูซ เวย์น และพบว่าไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยรู้จักก็เป็นอึกสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพร์สที่หลายคนคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว Beartai Buzz ขอรวบรวมข้อมูลสุดจึ้งที่ทำให้การปรากฎตัวของ จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) เรียกเสียงกรี๊ดลั่นโรง

ทำไม George Clooney ถึงปรากฎตัวในจักรวาลปัจจุบันของ The Flash

[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'
[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

ตรงนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนแต่หากลองวิเคราะห์ดูจากความต่อเนื่องของเวลาที่แบรี่ได้ทำการเปลี่ยนอดีตจากใช้สปีดฟอร์ซแล้วไปพบกับ บรูซ เวย์นหรือ แบทแมน ในฉบับของ ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) ซึ่งเป็นแบทแมนในหนังของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton)ถึง 2 เรื่องได้แก่ ‘Batman’ ปี 1989 และ ‘Batman Returns’ ปี 1992 จากนั้นคนที่มารับช่วงต่อคือ วัล คิลเมอร์ (Val Kilmer) ใน ‘Batman Forever’ ในมือผู้กำกับ โจเอล ชูมัคเกอร์ (Joel Schumacher) ก่อนจะมาเป็น จอร์จ คลูนีย์ ใน ‘Batman & Robin’

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า คิลเมอร์ป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียงจนไม่อาจมาแสดงเป็น บรูซ เวย์น ได้ ดังนั้นการปรากฎตัวของคลูนีย์ก็ถือว่าเป็นการเล่นกับสินทรัพย์ของ DC เหมือนการปรากฎตัวของ Superman, Batman หรือ The Flash ยุคต่าง ๆ ในฉากโครโนสเฟียร์ (Chronosphere) นั่นเอง และยังถือเป็นความต่อเนื่องในเชิงตรรกะเวลาและจักรวาลที่เปลี่ยนไปโดยในโลกภาพยนตร์ คลูนีย์ก็ถือเป็นแบทแมนคนที่ 4 ในจักรวาลภาพยนตร์แบทแมนอีกด้วย แต่หากฟังประโยคคำถามของแบรีที่ว่า ‘คุณไม่ใช่แบทแมนนี่?’ แล้ว บรูซ เวย์น ของคลูนีย์ตอบว่า ‘บ้าหรือเปล่า’ ตรงนี้แอบมีประเด็นที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไป

Batman คนที่ 4 กับสารพัดคำวิจารณ์

[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'
[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

จอร์จ คลูนีย์ ได้รับการแคสต์ให้มารับบท บรูซ เวย์น (Bruce Wayne) ใน ‘Batman & Robin’ ของผู้กำกับ โจเอล ชูมัคเกอร์ (Joel Schumacher) ออกฉายเมื่อปี 1997 โดยหนังถูกนักวิจารณ์สับเละและทำรายได้ไม่สู้ดีนักจนปิดประตูแฟรนไชส์แบทแมนไปร่วม 8 ปีก่อนที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) จะเปิดประตูไตรภาค Dark Knight กับ ‘Batman Begins’ ในปี 2005

จุดที่สร้างรอยด่างพร้อยให้หนังตระกูล Batman ได้แก่บทภาพยนตร์ที่ตื้นเขิน ไร้สาระ และที่สำคัญคือการออกแบบงานสร้างที่มีกลิ่นอายโฮโมอีโรติก (Homoerotic) เช่นชุดแบทแมนที่มีการเพิ่มหัวนมเข้าไปในชุดหรือกระทั่งแบทโมบิลเองก็ยังดูเหมือนลายชุดรัดรูปบอดีสูทที่ดูยังไงก็ต่างจากแบทโมบิลเท่ ๆ แบบแบทแมนภาคก่อนจนนักวิจารณ์และแฟนคอมิกดีซีสาปส่งกันทั่วบ้านทั่วเมือง

‘Batman & Robin’ รอยด่างพร้อยในชีวิตการแสดงของ George Clooney

[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'
[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

ความจริง ‘Batman & Robin’ น่าจะเป็นบันไดก้าวสำคัญสำหรับ จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงซีรีส์สุดฮิตอย่าง ‘ER’ ที่เขาเคยรับบทคุณหมอในห้องฉุกเฉินสุดหล่อจนทำให้สาว ๆ ระทวยกันทั่วบ้านทั่วเมือง จึงไม่แปลกใจที่เขาจะได้รับเลือกให้มารับบทสำคัญอย่าง บรูซ เวย์น หรือ แบทแมนคนที่ 4 อย่างที่กล่าวไป แต่หลังจากหนังประสบความล้มเหลว คลูนีย์ถึงกับเสียหลักและแก้ไขปัญหาด้วยการเลือกบทในหนังที่น่าจะขายฝีมือมากขึ้นจนได้กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งกับ ‘Out of Sight’ ในปี 1998 หนังอาชญากรรมโรแมนติกของผู้กำกับ สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก (Steven Soderbergh)

ในปี 2020 เขายอมรับกับสื่อโดยตรงเลยว่าไม่สามารถกลับไปชม ‘Batman & Robin’ ได้อีกแล้ว เพราะเมื่อดูทีไรก็นึกถึงความย่ำแย่ทั้งการแสดงของเขาเองและบทภาพยนตร์ แม้แต่ อกิวา โกลส์แมน (Akiva Goldsman)ก็ยังยอมรับเลยว่าเขียนออกมาได้แย่มากเหมือนกัน

ย้อนรอยคำสัมภาษณ์สุดโต่งของ George Clooney ว่า Batman เวอร์ชันเขาเป็นเกย์

[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'
[สปอยเลอร์] เฉลยที่มาบุรุษปริศนาในตอนจบ 'The Flash'

อีกหนึ่งความสุดโต่งจากปากคลูนีย์เกิดขึ้นในปี 2006 ที่เขาให้สัมภาษณ์กับ ‘Barbara Walters’ Oscar special tonight’ ตอบคำถามที่ว่าเขาเคยแสดงบทเกย์มาก่อนหรือไม่ คลูนีย์ตอบทันทีว่า

“ผมเคยแสดงแล้วครับ แบทแมนไงล่ะ ผมใส่ทั้งชุดยางที่มีหัวนม ผมจะแสดงให้เขาเป็นชายแท้ก็ได้ แต่ผมทำให้เขาเป็นเกย์”

จอร์จ คลูนีย์

นอกจากนี้ยังมีนักวิจารณ์บางคนจับสังเกตได้อีกว่าทั้ง ‘Batman Forever’ และ ‘Batman & Robin’ ที่ โจเอล ชูมัคเกอร์ เป็นผู้กำกับเต็มไปด้วยบริบทที่แสดงให้เห็นว่าแบทแมนอาจมีแนวโน้มเป็น ไบเซ็กชวล (Bisexual) โดยยกฉากจาก ‘Batman Forever’ ที่ตอนท้ายตัวร้ายอย่างเดอะ ริดเลอร์ที่แสดงโดย จิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) บังคับให้ บรูซ เวย์น เลือกระหว่าง ดร. เชส เมอริเดียน (นิโคล คิดแมน – Nicole Kidman) กับ ดิ๊ก เกรย์สัน (คริส โอ ดอนเนล -Chris O’Donnell) ก็บอกเป็นนัยถึงทางเลือกระหว่างคนรักผู้หญิง ในชีวิตแบบชายแท้ และ คนรักในโลกที่ต้องแอบซ่อน โดยเฉพาะชีวิตฮีโรที่ต้องสวมหน้ากากไม่ต่างจากชาว LGBTQ + ที่ต้องแอบซ่อนตัวตนอีกด้วย

ดังนั้นแม้จะถือเป็นเซอร์ไพร์สเพื่อเซอร์วิสแฟนหนังของ DC แต่ ณ ขณะนี้เรายังคงคาดหวังอะไรไม่ได้ เพราะ ‘The Flash’ เองก็ยังไม่ได้ถูกวางเป็นโครงการระยะยาว และ ‘The Brave and the Bold’ โครงการหนังแบทแมนเรื่องต่อไปของ แอนดี มุสชิเอตติ (Andy Muschietti) ผู้กำกับ ‘The Flash’ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่อีกด้วย การปรากฎตัวของคลูนีย์เลยเหมือนเป็นอีสเตอร์เอ้กให้สาวกของดีซีได้ย้อนรำลึกถึงหนังแบทแมนภาคที่แย่ที่สุดแต่กลับสนุกแบบหน้าไม่อายเท่านั้นเอง

ที่มา

Rottentomatoes

Vulture

bamsmackpow

Hollywood Reporter

menshealth

Slashfilm

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...