ปิดคดี Volkswagen-Audi โกงมลพิษดีเซล ผู้บริหารหัวโจกถูกปรับอ่วมแต่รอดคุก
อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Audi (อาวดี้) ถูกศาลตัดสินปรับจากกรณีพัวพันกระบวนการบิดเบือนค่ามลพิษของเครือ Volkswagen Group (โฟล์คสวาเกน) เมื่อหลายปีก่อน
รูเพิร์ธ สแทดเลอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Audi ตั้งแต่ปี 2010 – 2018 ถูกปรับเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.1 ล้านยูโรหรือ 42 ล้านบาท พร้อมกับถูกรอลงอาญาเป็นเวลา 21 เดือน อันเป็นผลมาจากการรับสารภาพการกระทำผิดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการของเยอรมนีเรียกร้องให้ศาลสั่งปรับทั้งหมด 2 ล้านยูโรเนื่องจากสแทดเลอร์มีเงินเดือนที่สูง พร้อมกับมีทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์และการเงินที่มั่นคง
ถึงแม้สแทดเลอร์จะไม่ต้องเข้าเรือนจำ แต่เขาถูกคุมขังในสถานกักกันมาแล้วนานถึงกว่า 4 เดือนหลังจากถูกจับกุมในปี 2018 เนื่องจากอัยการชี้ว่าเขาอาจจะยุ่งเกี่ยวกับหลักฐานและการสืบสวนกรณีอื้อฉาวนี้ของรัฐบาล
ผู้บริหารรายอื่นโดนด้วย
อีกหนึ่งผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือวูล์ฟกัง แฮตซ์ อดีตหัวหน้าทีมนักพัฒนาเครื่องยนต์ของ Audi ซึ่งต่อมาขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของ Volkswagen Group ถูกพิพากษารอลงอาญา 2 ปี และปรับ 4 แสนยูโร
ด้านจิโอวานนี พามิโอ อดีตหัวหน้าฝ่ายควบคุมความร้อนเครื่องยนต์ของ Audi ได้รับโทษรอลงอาญาเป็นเวลา 21 เดือนและปรับ 50,000 ยูโร
อดีตผู้บริหารระดับสูงทั้งสามคนถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายรถยนต์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานการควบคุมไอเสีย โดยทั้งสามคนสารภาพ รายงานข่าวระบุว่าหากไม่สารภาพอาจต้องโทษจำคุกนานสูงสุด 10 ปี
สแทดเลอร์เป็นผู้บริหารระดับคณะกรรมการบริหารรายแรกของ Volkswagen Group ที่ถูกไต่สวนในศาลในคดีที่ทำให้มีการจำหน่ายรถยนต์หลายแบรนด์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานไอเสีย ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen, Audi, Skoda, Seat และ Porsche
มีรายงานว่าคดีอื้อฉาวนี้ซึ่งถูกเรียกว่า Dieselgate ทำให้ Volkswagen Group ได้รับความเสียหายสูงถึง 3 หมื่นล้านยูโรทั้งในด้านกระบวนการทางกฎหมาย การเรียกคืน และอื่น ๆ
คดี Dieselgate ยังทำให้กลุ่มยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีหันเหไปหาการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าด้วยการสร้างแพลตฟอร์ม MEB ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นฐานของ Volkswagen ID. 3, ID. 4 และ ID. Buzz เป็นต้น