โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ Begpacker ‘เที่ยวไป-ขอไป’ เริ่มกลับมาให้เห็นในประเทศเอเชีย และกระแสต่อต้านก็กำลังก่อตัวเช่นกัน

BrandThink

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 03.30 น.

[อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ]

การท่องเที่ยวอาจจะช่วยเปิดโลกและเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตให้ใครหลายคนได้ แต่ปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศร่ำรวยขึ้นป้าย ‘ขอเงิน’ ‘ขอระดมทุน’ หรือ ‘ขายของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน’ ในหลายประเทศแถบเอเชียเพื่อเอาไปเป็นทุนเดินทาง กลับถูกต่อต้านมากกว่าจะมีเสียงชื่นชม และคำว่า Begpacker ก็ถูกนำมาใช้เรียกคนกลุ่มนี้โดยมีความหมายในเชิง ‘เหยียด’ อย่างชัดเจน

--------------------------

ที่จริงแล้ววิถี Backpacker - นักเดินทางแบกเป้ออกไปท่องโลก น่าจะเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่น Boomer จนถึง Gen Z ในปัจจุบัน และหลายคนก็ทำตามความฝันด้วยการออกเผชิญโลกจริงๆ ด้วยใจฮึกเหิม แม้จะมีเงินในกระเป๋าไม่เท่าไหร่

ทั้งหมดฟังดูเป็นเรื่องสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตได้ดี แต่หลายปีมานี้มีปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวแบกเป้จากประเทศตะวันตกใช้วิธี ‘ขอ’ หรือ ‘แลกเปลี่ยน’ เพื่อต่อทุนในการเดินทางของตัวเอง จนกลายเป็นคำว่า Begpacker ซึ่งหลายคนคงเดาได้ว่ามันคือการผสมกันระหว่างคำอังกฤษ คือ beg (ขอ) กับคำว่า backpacker

ถ้าไปดูในพจนานุกรมออนไลน์ Macmillan Dictionary ความหมายของคำว่า Begpacker นั้นไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเขาบอกว่าคำนี้หมายถึงนักท่องเที่ยวประเภทแบกเป้ตะลุยเดี่ยวจากประเทศตะวันตกที่อยากจะประหยัดงบ (หรือไม่ก็หมดงบ) ระหว่างการเดินทาง ก็เลยใช้วิธีตระเวนขอเงินผู้คนตามถนนในประเทศที่ ‘จนกว่า’ ประเทศบ้านเกิดที่ตัวเองจากมา

คำนี้มีสื่อทั้งในเอเชียและตะวันตกใช้เพื่อรายงานปรากฏการณ์ที่ชาวต่างชาติจากประเทศตะวันตก ใช้วิธีนี้ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนมีคนตั้งคำถามว่า การที่คนจากประเทศพัฒนาแล้วมาเที่ยวขอเงินจากเจ้าบ้านในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่น่าจะมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าตัวเอง เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่

วิล แฮตทัน (Will Hatton) เจ้าของเว็บไซต์การท่องเที่ยวแบบประหยัด The Broke Backpacker บอกกับ CNN ว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้วิธี ‘ขอเงิน’ แบบดื้อๆ มักจะถูกมองอย่างไม่เป็นมิตรจากคนทั่วไป แต่ถ้าใช้วิธี ‘แลกเปลี่ยน’ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการเล็กๆ น้อยๆ กับเงินจำนวนไม่มาก เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรี ถักผม ขายโปสต์การ์ด หรือร้อยสร้อยลูกปัดแฮนด์เมด จะได้รับการตอบสนองจากคนท้องถิ่นได้ดีกว่า

แฮตทันย้ำว่า นักท่องเที่ยวที่ใช้วิธีนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้หวังรวย หรือคิดจะเอาเงินไปกินหรูอยู่สบาย แต่นักท่องเที่ยวซึ่งวางแผนการเดินทางเอาไว้อย่างดีแล้วก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้พวกเขา ‘ถังแตก’ แบบไม่ทันตั้งตัวได้ เช่น ถูกขโมย ถูกหลอก หรือไปทำข้าวของเสียหายจนต้องใช้เงินเกินงบ ก็เลยต้องใช้วิธีนี้เพื่อหาทุนรอนในการเดินทางต่อ

อีกคนที่มีความเห็นเรื่องนี้คือ สตีเฟน แพรตต์ (Stephen Pratt) นักศึกษาด้านการจัดการของวิทยาลัยโรเซน ในสังกัดมหาวิทยาลัยฟลอริดาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไปทำการศึกษาวิจัยที่ฮ่องกง เขตบริหารพิเศษของจีน ทดลองทำตัวเป็น Begpacker ขึ้นป้ายขอเงินคนที่เดินผ่านไปมาโดยบอกว่าเขาต้องการจะ ‘เดินทางรอบโลก’ และจากการทดสอบเรื่องนี้กับคนในย่านเกาลูนพบว่า มีคนให้เงินด้วยความเต็มใจในเวลาที่เขาเล่นอูคูเลเลและร้องเพลงแลกเปลี่ยน ต่างจากการ ‘มองผ่าน’ ในตอนที่ขึ้นป้ายขอเงินเฉยๆ

แต่ถ้าไปถามความเห็นของ ราฟาเอล ปังกาลังกัน (Raphael Pangalangan) ทนายความสิทธิมนุษยชนชาวฟิลิปปินส์ซึ่งพูดถึง Begpacker ในสื่อโซเชียลของตัวเองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขามองว่านักเดินทางประเภทเที่ยวไป-ขอไปเหล่านี้เป็นพวก ‘สองมาตรฐาน’ เพราะส่วนใหญ่เป็นคนจากประเทศแถบยุโรป หรือไม่ก็อเมริกาเหนือ ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะ ‘มีรายได้น้อย’ เมื่ออยู่ในประเทศตัวเอง และรู้สึกว่าการขอเงินจากคนท้องถิ่นในประเทศที่ตัวเองเลือกมาท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตาน่าจะเป็นเรื่องที่ ‘เข้าใจได้’ แต่จริงๆ แล้ว Begpacker ก็ยังถือเป็น ‘อภิสิทธิ์ชน’ ที่มีโอกาสหลายด้านมากกว่าคนท้องถิ่นอยู่ดี

อย่างน้อยที่สุดก็คือความได้เปรียบเรื่อง ‘หนังสือเดินทาง’ ที่มีอิทธิพลถึงขนาดเดินทางไปไหนก็ได้แทบจะทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยากหรือเปลืองเงิน แต่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องทำเรื่องและใช้เงินไม่น้อยเพื่อจะขอวีซ่าไปเที่ยวหรือไปทำกิจธุระใดๆ ในประเทศฝั่งตะวันตก (และหลายคนก็ขอไม่ผ่านจนกลายเป็นเรื่องปกติ) การที่นักท่องเที่ยวตะวันตกใช้วิธี ‘เที่ยวไป-ขอไป’ ในประเทศ ‘รายได้ปานกลาง’ ‘กำลังพัฒนา’ หรือ ‘รายได้น้อย’ จึงทำให้คนท้องถิ่นบางส่วนรู้สึก ‘ขัดหูขัดตา’ มากกว่าจะเอาใจช่วย

แม้การปรากฏตัวของ Begpacker จะซาๆ ไปบ้างช่วงโควิด-19 ที่มีมาตรการคุมเข้มด้านการเดินทาง แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ เข้ารูปเข้ารอย จึงเริ่มมีนักท่องเที่ยว Begpacker กลับมาให้เห็นกันในหลายเมืองแถบเอเชีย กระแสไม่พอใจนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จึงมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในสื่อโซเชียล แต่ทางการหลายๆ ประเทศก็มองว่า ‘มีนักท่องเที่ยว’ ก็ยังดีกว่า ‘ไม่มีใครมาเที่ยว’

แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับการเดินทางแบบนี้

อ้างอิง

  • Bored Panda. People In Asia Are Sick Of Western ‘Begpackers’ Asking Locals To Fund Their Travels For Them. https://tinyurl.com/3vnc5pp2
  • CNN. How ‘begpackers’ became some of Asia’s most disliked travelers. https://tinyurl.com/4rmwz2zs
  • Macmillan Dictionary. BUZZWORD: begpacker. https://tinyurl.com/3nt6kht8
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...