โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สลัมธาราวี ใน Slumdog Millionaire จะไม่มีแล้ว ? อินเดียไฟเขียวเอกชนพัฒนาพื้นที่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2566 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2566 เวลา 11.52 น.
สลัมธาราวี มุมไบ ประเทศอินเดีย (Photo by INDRANIL MUKHERJEE / AFP)

สลัมธาราวี (Dharavi) ในนครมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นสลัมที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันถูกเล่าเรื่องราวผ่านภาพยนตร์ดัง สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ (Slumdog Millionaire) เมื่อปี 2008

สลัมแห่งนี้เป็นสลัมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีผู้คนอยู่อาศัยกว่า 1 ล้านคน นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพและคนยากจนแล้ว ในด้านหนึ่งมันก็เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าเมือง โดยติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของอินเดีย

แต่อนาคตของสลัมธาราวีกำลังอยู่ในเครื่องหมายคำถามว่าจะเป็นอย่างไร จะถึงจุดสิ้นสุด หรือจะยังมีอยู่ต่อไป เมื่อรัฐบาลอินเดียไฟเขียวให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ชนะประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ได้

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 ว่า หน่วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของมหาเศรษฐี โกตัม อดานี (Gautam Adani) ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายให้เริ่มพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในสลัมธาราวี (Dharavi) ในนครมุมไบ ซึ่งเป็นสลัมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย หลังจากที่ชนะการประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยราคายื่นประมูล 50,700 ล้านรูปี (ประมาณ 21,000 ล้านบาท)

ตัวแทนของ Mumbai Metropolitan Region Development Authority (MMRDA) หน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนานครมุมไบและปริมณฑลที่ดูแลโครงการนี้ยืนยันว่า รัฐบาลรัฐมหาราษฏระอนุญาตให้เริ่มดำเนินการพัฒนาได้

สลัมธาวารีซึ่งโด่งดังจากภาพยนตร์สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ (Slumdog Millionaire) กินพื้นที่ประมาณ 620 เอเคอร์ (1,568.6 ไร่) ในย่านที่มีศักยภาพสูงของนครมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของประเทศอินเดีย สลัมนี้อยู่ใกล้กับบันดรา กูร์ลา คอมเพล็กซ์ (Bandra Kurla Complex) ซึ่งเป็นย่านแห่งการใช้ชีวิตหรูหราที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า สถานทูต และธนาคาร รวมถึงสำนักงานของเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.)

บลูมเบิร์กให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้บริหารนครมุมไบพยายามต่อสู้มาหลายสิบปีเพื่อที่จะพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นสลัมให้ทันสมัย แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากการจะปรับปรุงพื้นที่สลัมธาราวีได้จะต้องการบรรลุสามอย่างพร้อมกัน คือ การจัดหาที่ดินผืนใหญ่ได้มากพอที่จะสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับคนที่ต้องย้ายออก, การดึงเอกชนเข้าไปลงทุนในสถานที่ซึ่งยังไม่มีสาธารณูปโภคที่เสถียรพอ และการทำให้ผู้อาศัยอยู่ในสลัมกว่า 1 ล้านคนยอมย้ายออกจากพื้นที่

ณ ตอนนี้ แผนการพัฒนาสลัมธาราวียังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าอดานีจะเปลี่ยนสลัมให้เป็นอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงานให้เช่า และห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัย เป็นขยายฐานธุรกิจของเขาในมุมไบ ซึ่งเขามีธุรกิจบริหารสนามบินมุมไบที่มีผู้โดยสารพลุกพล่านมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอยู่แล้ว

การเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการพัฒนาพื้นที่สลัมแห่งนี้ทำให้อดานีถูกประท้วงจากผู้อาศัยในท้องถิ่นซึ่งกังวลว่าบ้านและธุรกิจของตนเองจะถูกย้ายออกไปไกลจากใจกลางเมือง รวมถึงคนที่กลัวว่าตัวเองจะต้องถูกย้ายให้ไปอยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแย่ ๆ

นอกจากนั้น อดานีถูกตั้งคำถามถึงความสามารถในการหาเงินประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 103,850 ล้านบาท) สำหรับพัฒนาโครงการนี้ด้วย เนื่องจากเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา อดานี กรุ๊ป โดนฮินเดินเบิร์ก รีเสิร์ช (Hindenburg Research) กล่าวหาว่าปั่นหุ้น ยักย้ายถ่ายเทหุ้น ฉ้อฉลทางบัญชีในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา และมีการตั้งบริษัทในต่างประเทศเพื่อกระทำทุจริต และเลี่ยงภาษี พร้อมกันนั้นฮินเดนเบิร์กได้ทำการขายชอร์ตหุ้นอดานีเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาด้วย ทำให้มูลค่าของทั้งกรุ๊ปหายไปมากกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์ ต้องใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาซ่อมแซมความเสียหาย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นสู่ระดับก่อนเกิดเหตุ

ถึงแม้ว่าความพยายามที่จะพัฒนาพื้นที่สลัมธาวารีในอดีตจะไม่สำเร็จ แต่สำหรับครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งหนึ่งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อพิจารณาจากปัจจัยที่ว่า โกตัม อดานี นั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) อย่างมาก และอดานี กรุ๊ป ของเขาก็เติบโตขึ้นมาจากการตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาของรัฐบาลโมดี หากอดานีทำโครงการนี้สำเร็จ การคว้างานโครงการรัฐและสัมปทานอื่น ๆ ก็จะตามมา เป็นการตอบแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...