สรุปวิบากกรรมประตูผิดสเปค ของ Toyota Yaris Ativ
ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว All New Toyota Yaris Ativ หรือที่เรียกติดปากกันว่า “ยาริส เอทีฟ”ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม EcoCarPhase 2 และสร้างเสียงฮือฮาในตลาดรถยนต์ประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรุ่นที่โตโยต้าตั้งใจใช้ท้าชนโดยตรงกับ Honda City และ Nissan Almeraซึ่งเป็น 2 รุ่นที่ครองตลาดอยู่ในขณะนั้น
สำหรับ ยาริสเอทีฟเป็นรถรุ่นที่โตโยต้าตั้งใจใช้บุกตลาดไทยเป็นหลัก โดยมอบหมายให้บริษัทลูกอย่างไดฮัทสุเป็นผู้พัฒนาและผลิต ก่อนจะขยายตลาดโดยการส่งออกไปยังต่างประเทศ
ผลตอบรับของ ยาริส เอทีฟถือว่าน่าพอใจและมีเสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างมาก สามารถแซงคู่แข่งทั้ง 2 ขึ้นมามียอดขายอันดับ 1และกินส่วนแบ่งการตลาดรถกลุ่ม EcoCar ได้ประมาณ 20% นับตั้งแต่เปิดตัวโดยยาริส เอทีฟถูกขายไปแล้วประมาณ 77,000คัน แบ่งเป็นยอดขายในไทยที่ส่งมอบไปแล้วเกือบ 40,000 คัน ด้วยจุดเด่นเรื่องของขนาดตัวถึงที่ค่อนข้างใหญ่และออฟชั่นด้านความปลอดภัยที่จัดเต็มเมื่อเทียบกับรถกลุ่มเดียวกันในตลาด
แต่ในวันที่ 28 เมษายน 2566 กลับมีข่าวที่ไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับรถยนต์ ยาริส เอทีฟเนื่องจากโตโยต้าและไดฮัทสุได้ร่วมแถลงข่าวยอมรับว่ามีการปรับแต่งชิ้นส่วนบางชิ้นภายในประตูรถและอาจไม่ผ่านมาตรฐานการชนจากด้านข้างUN-R95ซึ่งเป็นมาตรฐานของรถในกลุ่ม EcoCarPhase 2 ซึ่งรถกลุ่มนี้ในประเทศไทยทุกคันจะถูกทดสอบโดยการให้รถถูกชนจากด้านข้างด้วยรถอีกคันในความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยชิ้นส่วนของรถต้องไม่แตกหักจนเกิดเป็นชิ้นส่วนแหลมคม
สาเหตุของปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีการรื้อแผงประตูของยาริส เอทีฟ คันที่ถูกใช้เป็นรถทดสอบแล้วพบว่ามีการทำเครื่องหมายชิ้นส่วนของประตูรถที่มีรอยฉีกขาดและแตกหักไว้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่ายาริสเอทีฟผ่านการทดสอบตามมาตรฐานการชนจากด้านข้างUN-R95ถูกต้องหรือไม่
ส่งผลให้โตโยต้าต้องออกมาประกาศหยุดขายและส่งมอบยาริส เอทีฟ ทันทีเพื่อดำเนินการทดสอบตามมาตรฐาน UN-R95 ใหม่อีกครั้ง โดยจะทดสอบทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นควบคู่กัน
ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ถึงขั้นที่ นายอากิโอะโตโยดะประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจบินด่วนมาแถลงข่าวขอโทษผู้บริโภคชาวไทยในวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาด้วยตนเอง เนื่องจากความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์ ถือเป็นเรื่องหลักที่โตโยต้าให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1และปัญหาที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจแก่ผู้ใช้รถโตโยต้าทุกรุ่น
ด้านนายมาซาฮิโกะ มาเอดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภาคพื้นเอเชียของโตโยต้าระบุในการแถลงข่าวว่า รถยนต์รุ่นยาริส เอทีฟที่ได้มีการส่งมอบไปนั้นหลังจากที่โตโยต้าได้ทำการทดสอบใหม่กับรุ่นที่ขายจริงแล้วพบว่ายาริสเอทีฟ ยังคงเป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยดีและมีคุณภาพตามผ่านมาตรฐาน UN-R95 ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกคืนรถยาริส เอทีฟ ที่ส่งมอบไปแล้วก่อนหน้านี้ด้วย
นายมาซาฮิโกะกล่าวต่อว่า สาเหตุของปัญหาทั้งหมดเกิดจาก ไดฮัทสุ ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่โรงงานผลิตเพราะยาริส เอทีฟ เป็นรถที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนในการผลิตมากกว่ารถยนต์ที่ไดฮัทสุเคยผลิตก่อนหน้านี้และยังต้องทำงานอย่างรีบเร่งเพื่อให้สามารถผลิตรถได้ทันต่อการส่งมอบ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่กลุ่มโตโยต้าต้องร่วมกันแก้ไขต่อไป
ขณะเดียวกันโตโยต้าได้นำข้อมูลของ ยาริสเอทีฟออกจากเว็บไซด์ toyota.co.th เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาจำหน่ายรุ่นนี้อีกเมื่อใด เพราะต้องรอให้ยาริสเอทีฟ ผ่านการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เสียก่อน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการนำผลทดสอบครั้งใหม่ยื่นพิจารณาให้สามารถนำ ยาริสเอทีฟกลับมาจำหน่ายได้อีกครั้ง
ปัจจุบันโรงงานที่ใช้เป็นฐานการผลิตหลักของ ยาริสเอทีฟยังคงดำเนินการผลิตตามปกติ แต่โตโยต้าได้เพิ่มมาตรการเร่งด่วนสำหรับการควบคุมการผลิตให้ตรงตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด และจะปรับใช้กับทุกโรงงานที่ใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์โตโยต้าด้วย