“แมนฯ ซิตี้” ถล่ม “เรอัล มาดริด” 4-0
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน โดยนัดแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1
สำหรับเกมนี้ “เรือใบสีฟ้า” เปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่เริ่มเกม จนมาได้ประตูในนาทีที่ 23 จากจังหวะ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายทะลุช่องให้ แบร์นาร์โด ซิลวา หลุดเข้าไปในเขตโทษแล้วยิงเข้าประตูไป ทำให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 ต่อมานาทีที่ 37 แจ๊ก กรีลิช จ่ายบอลให้ อิลคาย กุนโดกัน ยิงไปติดกองหลัง แต่บอลมาเข้าทาง แบร์นาร์โด ซิลวา โหม่งซ้ำเข้าประตูไป แมนฯ ซิตี้ นำห่าง 2-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
หลังจากนั้นในครึ่งหลังนาทีที่ 76 “เรือใบสีฟ้า” มาทำประตูที่สาม เควิน เดอ บรอยน์ เปิดฟรีคิกโด่งจากซ้าย มานูเอล อคานจี โหม่งบอลไปถูกหัวเข่า เอแดร์ มิลิเตา เปลี่ยนทางเข้าประตู แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+1 เจ้าถิ่นมายิงประตูที่สี่ จากจังหวะ ฟิล โฟเดน จ่ายทะลุแนวรับให้ ฮูเลียน อัลบาเรซ หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าประตูไป จบเกม แมนฯ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 4-0 รวมผลสองนัด “เรือใบสีฟ้า” ชนะไป 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ อินเตอร์ มิลาน ที่อิสตันบูล ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้
หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนฯ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมคิดว่าเกมนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ ผมมีความสุขที่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ ผมพูดไม่ได้ว่าเราจะชนะแน่นอน แต่เราจะพยายามให้เต็มที่”
ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเรอัล มาดริด เปิดเผยว่า “เราแพ้ให้กับทีมที่มีคุณภาพมากกว่า ฤดูกาลก่อนเราเหนือกว่าพวกเขา แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาทำได้ดีกว่าเรา มันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าเจ็บปวดมาก ๆ ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้าเท่านั้น”