HUMAN TOUCH แบรนด์เสื้อผ้าที่อยากให้เห็นแรงงานเบื้องหลังแฟชั่น ผ่านลายนิ้วมือจากหมึกสีดำบนผ้าสีขาว
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างฉับไว วงการแฟชั่นต้องตอบรับความต้องการของผู้บริโภคด้วย fast fashion ผู้บริโภคได้ซื้อและสวมใส่แบบรวดเร็วทันใจ แต่จากนั้นไม่นานก็กลายเป็นขยะ จนมีข้อมูลในปี 2023 ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นผลิตขยะถึง 97 ล้านตัน และไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องขยะ แรงงานเบื้องหลังการผลิตเสื้อผ้าเหล่านี้ก็สมควรได้รับความสนใจเช่นกัน ชั่วโมงการทำงานยาวนานภายใต้ค่าจ้างแสนถูก บางครั้งความรวดเร็วทำให้ผู้บริโภคหลงลืมว่าแฟชั่นนั้นมีมนุษย์อยู่เบื้องหลังเสมอ HUMAN TOUCH เลยอยากให้แรงงานถูกมองเห็นผ่านการสร้างสรรค์เสื้อผ้าด้วยหมึกสีดำบนมือ ลายนิ้วมือที่พิมพ์ออกมาบนผ้าขาวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสัมผัสของมนุษย์มีความสำคัญเพียงใด
เสื้อผ้าของ HUMAN TOUCH นั้นแตกต่างก็เพราะเทคนิค ทุกลายนิ้วมือของมนุษย์ที่มีส่วนร่วมในการผลิตจะปรากฎเป็นลายสีดำบนเสื้อผ้าสีขาว ไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือของช่างตัดเสื้อหรือคนงานตัดเย็บเสื้อผ้า กระบวนการนี้สร้างงานพิมพ์ที่ไม่ซ้ำใคร ลวดลายต่างกันออกไปในแต่ละครั้งของการสัมผัส นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังใช้ผ้าเส้นใยเดี่ยวและเส้นใยธรรมชาติเป็นหลัก จะใช้วัสดุสังเคราะห์เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
แรกเริ่มนั้น HUMAN TOUCH เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นโดย จูเลียต เซเกอร์-แบงก์ส (Juliet Seger-Banks) ในปี 2020 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในฐานะเทคโนโลยีทางสังคม (Social Technology) โดยอิงจากการวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเทคโนโลยีการตัดเย็บและได้พัฒนาเป็นแบรนด์แฟชั่นเต็มตัวในปี 2023 โดยร่วมมือกับคริสตินา อัลเบรชท์ (Christina Albrecht) เพื่อนและหุ้นส่วนทางธุรกิจของเธอ พวกเธอไม่ได้แค่ทำเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงสด (Live Performance) ที่พวกเธอมาตัดเย็บเสื้อผ้าให้เห็นกันจะๆ ว่าเสื้อผ้าตัวหนึ่งนั้นต้องผ่านกระบวนการและการสัมผัสมากมายเพียงใด นอกจากนี้ HUMAN TOUCH ยังทำเวิร์กช็อปและนิทรรศการที่ผลักดันประเด็นแรงงานกับวงการแฟชั่นอีกด้วย คริสติน่าให้สัมภาษณ์กับ Sleek ว่า “HUMAN TOUCH ให้ความสำคัญกับการเป็นแนวคิดอันดับแรก ส่วนการเป็นแบรนด์แฟชั่นเป็นอันดับสองเสมอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงถือว่าเราเป็นแบรนด์นักกิจกรรม (activist brand)”
HUMAN TOUCH ตั้งใจจะทำให้ช่องว่างระหว่างผู้ผลิตเสื้อผ้าและผู้บริโภคหายไป ทางแบรนด์ตั้งต้นด้วยคำถามที่ว่า ทำไมเสื้อผ้าที่คนเรามองเห็นได้ทุกที่รอบตัว เรากลับไม่รู้แหล่งที่มาของเสื้อผ้าเหล่านั้นและคนที่อยู่เบื้องหลังพวกมันเลย และพวกเธอยังเห็นว่าโดยธรรมชาติของการผลิตเสื้อผ้าที่ต้องทำงานกับสิ่งทอและการออกแบบหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะในอนาคตอันใกล้หรือไกล การผลิตเสื้อผ้าก็ยังต้องใช้แรงงานคน เป็นไปได้ยากที่จะใช้เครื่องจักรทำทุกอย่าง พวกเธอเลยตั้งใจทำให้สิ่งที่ผู้บริโภคมองไม่เห็นอย่างลายนิ้วมือของผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิตเสื้อผ้านั้นชัดเจนขึ้นมาเพื่อจุดประกายให้เกิดความชื่นชม ความเคารพและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ผลิตเสื้อผ้า ซึ่งอาจทำให้เราสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งอย่างมีจริยธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเพิ่มส่วน HUMAN TOUCH Remedy ที่พวกเธอจัดหาเสื้อผ้ามือสองที่เข้ากับวิสัยทัศน์ด้านสุนทรียศาสตร์ของแบรนด์ แล้วเย็บทับตะเข็บเดิมด้วยเทคนิคการเย็บเฉพาะของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมหรือเย็บเพิ่มเพื่อความสวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วย upcycle ลดขยะและสร้างแฟชั่นอย่างยั่งยืน
หากคุณสนใจ ลองเข้าไปดูกระบวนการทำงานและสินค้าของพวกเธอได้ที่เว็บไซต์ www.humantouchclothing.com
อ้างอิง
https://www.sleek-mag.com/article/the-impact-review-human-touch/
https://www.humantouchclothing.com
https://www.obscura-magazine.com/all/columns/slow-stitch/human-touch/