นายวัชเรศร เป็นคนเห็นแก่ตัว ‘ศุภณัฐ’ กล่าวหา ท่านอ้น-วัชเรศร เป็นท่านชายกำมะลอ แอบอ้างเบื้องสูง ทะเยอทะยาน และมักใหญ่ใฝ่สูง
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2568 ดร.นิว-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ อินฟลูเอ็นเซอร์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงท่านอ้น-วัชเรศร วิวัชรวงศ์ โอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีข้อความระบุว่า…
“คนเห็นแก่ตัวที่ชื่อ “นายวัชเรศร วิวัชรวงศ์”
จากกรณีที่นายวัชเรศรได้มีการใช้คำว่า Prince นำหน้าชื่อของตนบนเว็บไซต์บริษัทส่วนตัว เผยให้เห็นเจตนาอันฉ้อฉล แอบอ้างตนเป็น “หม่อมเจ้า” และพยายามเชื่อมโยงตนกับเบื้องสูง ทั้งๆ ที่ปัจจุบันนายวัชเรศรเป็นสามัญชนและขาดจากความเป็นสมาชิกของพระราชวงศ์นานแล้ว เขาจึงมีสถานะเป็นเพียงแค่ “นาย” เท่านั้น แล้วเมื่อประชาชนจับได้ไล่ทันก็รีบเปลี่ยนเป็น Mr. ส่อถึงพิรุธอย่างชัดเจน
การทำธุรกิจโดยแอบอ้างตนเป็น Prince และพยายามเชื่อมโยงตนกับเบื้องสูง ถือเป็นสิ่งที่มิบังควรอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของนายวัชเรศร เพื่อให้ได้มาซึ่งลาภสักการะตลอดจนผลประโยชน์นานัปการ ขนาดคนไทยจำนวนหนึ่งยังโดนหลอกให้เข้าใจแบบผิดๆ โอกาสที่ชาวต่างชาติจะโดนหลอกจึงสูงกว่ามาก แล้วลับหลังก็ไม่รู้ว่านายวัชเรศรไปแอบอ้างเบื้องสูงไว้อย่างไรบ้าง?
แม้แต่การไปเกาหลีใต้รอบกุมภาพันธ์ 2568 เมื่อทำการแปลป้ายข้อความต้อนรับในส่วนที่เป็นภาษาเกาหลี 대국 탄은 와차레쏜 왕자님의 밴스의원 방문을 환영합니다. พบว่ามีการเรียกนายวัชเรศรว่า “เจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่” ชี้ให้เห็นว่าแม้เว็บไซต์บริษัทของนายวัชเรศรจะเปลี่ยนจาก Prince เป็น Mr. แล้วก็ตาม แต่พฤติกรรมสร้างความเข้าใจผิดๆ ต่อคู่ค้าต่างชาติก็ยังคงดำเนินเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน
ทราบว่านายวัชเรศรเคยมีคดีความที่ถูกฟ้องร้องเนื่องด้วยการประกอบอาชีพในต่างประเทศ ถ้าหากความเสียหายในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีก โดยที่คราวนี้คู่กรณีต่างชาติเข้าใจผิดไปว่านายวัชเรศรเป็นคนในราชสำนักหรือยังมีความใกล้ชิดกับเบื้องสูง ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอนที่สุด ตลอดจนก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท
การแอบอ้างความเชื่อมโยงทั้งๆ ที่ขาดจากสมาชิกของพระราชวงศ์ไปนานแล้ว จึงเป็นการตักตวงผลประโยชน์ส่วนตนที่มาจากความเห็นแก่ตัวที่สุดของนายวัชเรศร โดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา ชี้ให้เห็นว่านายวัชเรศรรักสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงแค่ลมปาก จึงต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสียหายใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากความโลภของนายวัชเรศร
ภายใต้หน้ากากท่านชายกำมะลออันฉาบฉวย ขับเคลื่อนด้วยโฆษณาชวนเชื่อและข่าวลือบิดเบือน ขัดแย้งกับความจริงเชิงประจักษ์ในปีมหามงคล ซึ่งนายวัชเรศรยังคงเป็นคนนอกพระราชวงศ์และไม่ได้เข้าร่วมพระราชพิธีใดๆ แม้แต่ครั้งเดียว การแอบอ้างของนายวัชเรศรจึงเป็นความเห็นแก่ตัวและทะเยอทะยานอย่างบ้าๆ มักใหญ่ใฝ่สูง หวังเพียงแค่จะตักตวงผลประโยชน์เท่านั้น“
นอกจากนี้ ดร.นิวยังเขียนความเห็นเพิ่มเติม โดยมีการแท๊กบัญชีส่วนตัวของท่านอ้านว่า
“คิดไม่ได้จริงๆ หรือครับว่าการแอบอ้างเบื้องสูงในการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็มีแต่จะส่งผลกระทบต่อเบื้องสูง ขออนุญาตถามตรงๆ ว่ากระทำไปเพื่ออะไรครับ”