โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา ทำจริง หรือ แค่ขู่ ? 2 เม.ย. ดีเดย์ “ทรัมป์” ประกาศ ขึ้นภาษี “ทุกประเทศ” อย่างเท่าเทียม

Thairath Money

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 15.11 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 08.30 น.
ภาพไฮไลต์

2 เมษายน 2568 ดีเดย์ จับตา “ทรัมป์” ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขึ้นภาษีทุกประเทศคู่ค้าอย่างเท่าเทียม อัตราภาษีพิจารณารายประเทศ ถูกเรียกเก็บเท่าไร ขึ้นภาษีกลับไปเท่ากัน ตามคอนเซ็ปต์ วันปลดแอกประเทศ (Liberation Day) ทวงคืนอำนาจการค้า ปลุกผีสหรัฐฯ เป็นฐานการผลิตโลก โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์จะเปิดเผยแผน “วันปลดแอก” ที่สวนกุหลาบทำเนียบขาวในวันพุธที่ 2 เม.ย. เวลา 16.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือประมาณตี 3 ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย

Thairath Money พาส่องแนวทางใช้แผนภาษีตอบโต้ของทรัมป์ มีโอกาสทำจริงตามที่พูดแค่ไหน ประเทศอาเซียน เอเชีย ยุโรป เตรียมรับมืออย่างไรบ้าง

แผนภาษีตอบโต้ทรัมป์ มีอะไรบ้าง

แม้ทรัมป์จะยืนกรานในจุดยืนที่จะใช้มาตรการภาษีตอบโต้คู่ค้าทุกประเทศ ไม่มีข้อยกเว้น โดยจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้า ให้เท่าเทียมกับที่ประเทศคู่ค้า เรียกเก็บจากสหรัฐฯ โดยพิจารณาอัตราภาษีเป็นรายประเทศไป ท่ามกลางท่าทีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านการค้าและความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

นักเศรษฐศาสตร์ คาดว่า ในวันที่ 2 เม.ย.ทรัมป์จะยังไม่ประกาศขึ้นภาษีรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สหรัฐฯ ให้การส่งเสริม เช่น เซมิคอนดักเตอร์และรถยนต์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า ภาษีที่จะเรียกเก็บเฉพาะภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงการวางแผนและอาจมีเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ซึ่งเป็นข้อบังคับเข้มงวดเพื่อกีดกันการค้ากับประเทศคู่ค้า เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม คาดว่าจะยังไม่ถูกประกาศบังคับใช้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากอาจส่งผลให้สินค้าสหรัฐฯ ที่ส่งออกไปต่างประเทศมีราคาแพงขึ้น

สหรัฐฯ อาจขึ้นภาษีน้อยกว่าที่ถูกเรียกเก็บ

ก่อนที่จะถึงวันประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เม.ย.ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งบริหาร ขึ้นภาษีศุลกากรนำร่องสินค้าบางประเภทกับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน แคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป โดยใช้ข้ออ้างด้านความมั่นคง เช่น ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติด คนอพยพผิดกฎหมาย มาเปิดโต๊ะเจรจาผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามประเทศเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่เฉย ยอมเป็นลูกไก่ในกำมือสหรัฐฯ ประกาศตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าบางประเภทที่นำเข้าจากสหรัฐฯ

แต่ส่วนใหญ่เป็นการตอบโต้เพื่อดูเชิง เปิดทางไปสู่การเจรจาประนีประนอม ด้านทรัมป์เองก็มีการระงับคำสั่ง เลื่อนกำหนดการขึ้นภาษีไปหลายรอบ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้โอกาสกับหลายประเทศ แสดงให้เห็นถึงความลังเล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อัตราการขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์ อาจไม่ได้รุนแรงเท่ากับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ ถูกเรียกเก็บจากหลายประเทศ

ทั้งนี้วันที่ 2 เม.ย.การยกเว้นภาษีศุลกากรชั่วคราว 25% สำหรับสินค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี “USMCA” ระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา จะสิ้นสุดลง

ส่องแผนรับมือภาษีตอบโต้ อาเซียน เอเชีย ยุโรป

  • เวียดนาม

เวียดนามถือเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนมากถึง 85% ของ GDP และมีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายสำคัญ และขาดดุลกับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับสามรองจากจีนและเม็กซิโก จึงมีความเสี่ยงที่จะโดนมาตรการภาษีตอบโต้อย่างรุนแรงในวันที่ 2 เม.ย.เนื่องจากอาจเป็นประเทศที่สหรัฐฯ จัดไว้ในกลุ่ม Dirty 15 ที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ มากที่สุด ทำให้ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามประกาศลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หลายประเภท รวมถึงรถยนต์ และก๊าซธรรมชาติเหลว (LPG)

โดยตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2568 รถยนต์บางประเภทจะถูกเก็บภาษีลดลง เหลือ 32% จากอัตราภาษีเดิม 64% ส่วนก๊าซ LPG จะถูกเก็บภาษี 2% จากอัตราภาษีเดิมที่ 5% นอกจากนี้ ไม้ เอธานอล ขาไก่แช่แข็ง พิสตาชิโอ อัลมอนด์ แอปเปิลสด เชอร์รี่ ลูกเกด ก็จะได้รับการลดภาษีด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้การประกาศดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรี Pham Minh Chinh กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า กำลังทบทวนการจัดเก็บภาษีเพื่อส่งเสริมการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

  • จีน ญี่ปุ่น เกาหลี

จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับต้นๆ เสี่ยงโดนหมายหัวจัดอยู่ในกลุ่ม Dirty 15 ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการขึ้นภาษี โดยสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีนมากที่สุด เนื่องจากนำเข้า เสื้อผ้า เครื่องจักร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวนมาก ด้านญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ มากที่สุด เพื่อรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งสามประเทศได้จัดการเจรจาเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับความร่วมมือการค้าในภูมิภาคและระดับโลก ด้วยการสร้างกรอบการทำงานร่วมกันทางการค้าระหว่างทั้งสามประเทศ ผ่านการเจรจา FTA เกาหลี-จีน-ญี่ปุ่น

โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะพิจารณาการนำเข้าวัตถุดิบเซมิคอนดักเตอร์จากจีน ส่วนจีนแสดงความสนใจที่จะซื้อชิปจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทั้งสามฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานและจะมีการเจรจาร่วมกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออก

  • สหภาพยุโรป

ด้านสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับสอง รองจากจีน และเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงมาอย่างยาวนาน ความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศเตือนสหรัฐฯ ว่ายุโรปเตรียมแผนที่จะตอบโต้มาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์แล้ว หากจำเป็น แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดของแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตามยุโรปยังเปิดกว้างในการเจรจา

“เราจะเจรจาด้วยการใช้จุดแข็ง ยุโรปมีไพ่ในมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการค้า เทคโนโลยี หรือขนาดของตลาด” เธอกล่าวต่อ “แต่จุดแข็งนี้ยังสร้างขึ้นจากความพร้อมของเราที่จะใช้มาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากจำเป็น”

ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค.สหภาพยุโรปตอบโต้การขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมของทรัมป์ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านยูโร (9.5 แสนล้านบาท) รวมถึงภาษีเรือ เบอร์เบิน และจักรยานยนต์

ที่มา:

https://www.yahoo.com/news/china-japan-south-korea-jointly-151720563.html

https://www.cnbc.com/2025/03/30/south-korea-china-japan-to-promote-regional-trade-as-tariffs-loom.html

https://www.forbes.com/sites/dereksaul/2025/04/01/trump-reportedly-targets-20-tariffs-as-europe-threatens-retaliation-heres-what-to-know-as-liberation-day-looms/

https://www.cnbc.com/2025/03/31/trump-tariffs-dirty-15-reciprocal-retaliation.html

https://www.channelnewsasia.com/asia/vietnam-slashes-duties-imports-us-trump-tariffs-5036561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา ทำจริง หรือ แค่ขู่ ? 2 เม.ย. ดีเดย์ “ทรัมป์” ประกาศ ขึ้นภาษี “ทุกประเทศ” อย่างเท่าเทียม

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...